“เท้ง” ตอบปมสามี “ทนายแจม” บุกโพสต์ “ณัฐพล” ผิดลูกผิดเมีย ชี้หากมีร้องกรรมการจริยธรรมสภาฯ ปล่อยตามกระบวนการ จี้ ความเป็นกลาง “โสภณ” ปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ สภาฯ ไม่ควรปกป้องคนผิด กรณี “ชนนพัฒฐ์” ยันตรวจสอบรัฐบาลเต็มที่ แต่ไม่อยากขยายอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ


วันที่ 23 พ.ค. 2569 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่เขตหนองแขม กทม. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ลงพื้นที่ ช่วยนายกิตติคุณ กชกรจารุพงศ์ ผู้สมัครสก. พรรค ปชน. หาเสียง โดยนายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในภาพรวมเราต้องการทำให้กทม. เป็นท้องถิ่นที่สามารถแก้ไขปัญหากับประชาชน และชีวิตคนง่ายขึ้นได้จริง ๆ รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณให้มีความโปร่งใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัว สก. เองมีหน้าที่โดยตรงในการพิจารณาต่าง ๆ ในพื้นที่หนองแขมเองก็มีปัญหาเรื่องโรงขยะที่อาจจะส่งกลิ่นน่ารำคาญให้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ตนเชื่อว่าคนที่รู้ปัญหาดีที่สุดคือคนที่อาสามาลงเป็นว่าที่ผู้สมัคร สก.


นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พ.ต.ท. ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. สามี น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส. กทม. พรรค ปชน. เข้าไปแสดงความเห็นสอบถามเรื่องการผิดจริยธรรม ไม่น่าเชื่อว่าคนผิดลูกผิดเมียผู้อื่นยังมีที่ยืนในสังคม บนโพสต์เฟซบุ๊กของนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส. เชียงใหม่ว่า ในรายละเอียด เป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนบุคคลด้วย เราไม่ได้ละเลย มีการพูดคุยกันอยู่แล้วข้างหลังบ้าน ส่วนจะมีการนำเรื่องเข้ากรรมการวินัยหรือไม่ อยู่ที่ต้องดูว่าจะมีคนร้องหรือไม่ ถ้ามีคนร้องเข้ามาในคณะกรรมการวินัย ก็ต้องดำเนินการทุกอย่างไปตามกระบวนการ


เมื่อถามย้ำว่า ต้องรอให้มีคนร้องก่อนใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แล้วแต่เรื่อง ถ้าเป็นเรื่องที่เราเห็นได้ชัดว่ามีตัวแทนของพรรค ที่ดำเนินการผิดวินัยอยู่แล้วด้วยสายตา เราจะนำเข้าอยู่แล้ว ไม่ต้องมีคนร้อง บางทีก็ไปสอบได้เอง แต่กรณีดังกล่าว ตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงในรายละเอียด เป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวจริงๆ อาจจะต้องใช้เวลาในการพูดคุยกันก่อน

...


เมื่อถามว่า น.ส.ศศินันท์ เคยเป็นคณะกรรมการวินัย จะทำให้เครดิตของพรรคลดลงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้มองคณะกรรมการวินัยของพรรคชุดปัจจุบันดีกว่า ตนคิดว่ากรรมการวินัยเป็นคนที่ได้รับการยอมรับ น่าเชื่อถือ สามารถทำให้การครองตนของ สส. พรรคอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมได้ เมื่อถามว่าได้มีการคุยกับทั้งสองฝ่ายหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีตัวแทนของพรรคลงไปพูดคุยแล้ว ตนอาจจะยังไม่ได้พูดคุยโดยตรง เรื่องประเด็นนี้ เมื่อถามว่าหากมีคนไปร้องจริยธรรมที่สภาฯ พรรค ปชน. จะดำเนินการอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ถ้ามีการร้องจริยธรรมในสภาฯ ก็เข้าคณะกรรมการจริยธรรม สภาฯ ดำเนินการทุกอย่างไปตามหน้าที่


จี้ ความเป็นกลาง “โสภณ” ประธานสภาฯ 


นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ว่าต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ก่อนจึงจะบรรจุญัตติได้ และระบุว่า การที่พรรค ปชน. เสนอตั้ง กมธ. วิสามัญติดตามการใช้เงิน ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงินนั้น ว่า ประธานสภาฯ ไม่ว่าจะมาจากพรรคใด แต่เมื่อมาดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ แล้วต้องธำรงตน เป็นกลาง และวินิจฉัยตามข้อบังคับแบบตรงไปตรงมา การจะมาอ้างว่าไม่ใช่เรื่องด่วน และต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงจะนำญัตติเข้าได้ เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เรื่องนี้จึงอยากเรียกร้องให้ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด อย่าลืมว่าหน้าที่ของสภาฯ คือการตรวจสอบงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ เมื่อถามถึง กรณีที่จะมีการเตรียมเสนอญัตติเกี่ยวกับเรื่องแลนด์บริดจ์เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อะไรที่รัฐบาลผลักดันก็อาจจะได้รับไฟเขียว อะไรที่รัฐบาลไม่อยากให้มีการตรวจสอบ ก็อาจจะได้รับการชะลอ หรือไม่เข้าสภา จึงเป็นเหตุผลที่ตนพยายามตั้งคำถามและตั้งข้อสังเกตว่าตกลงแล้วประธานสภาฯ ได้วางตัวเป็นกลาง วินิจฉัยญัตติหรือวาระต่างๆ ในสภาอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่


ยัน สภาฯ ไม่ควรปกป้องคนผิด กรณี “ชนนพัฒฐ์”

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุผ่านเฟซบุ๊กในเชิงตัดพ้อที่พรรค ปชน. ไม่ช่วยหนุนเสียงที่จะยื่นสอบจริยธรรมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย กรณีเขากระโดง พร้อมมองว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังหรือไม่ ว่า ตนเองยินดีจะพูดคุยกับฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน และทราบว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็มีเจตนาดีในการที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ แล้วก็แสดงเจตนาว่าอยากให้พรรค ปชน. เข้าร่วมลงชื่อด้วย ซึ่งตนเองเคยพูด และส่งตัวแทนไปพูดคุยแล้วหลายครั้ง ว่า พรรค ปชน. ไม่ได้ไม่ต้องการที่จะตรวจสอบ และพร้อมที่จะตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่ต้องระมัดระวัง ในการใช้กลไก เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะไปขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญได้ 


นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ DSI ขอหนังสือส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา พรรคกล้าธรรม จากสภาฯ โดยจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ เพื่อขอความเห็น ว่า ก็ต้องดูเป็นรายกรณีไป ซึ่งในกรณีนี้เห็นได้ชัดว่า เป็นคนที่กระทำความผิด สภาฯ ก็ไม่ควรจะปกป้อง ก่อนหน้านี้เคยมีทั้งการขอตัวระหว่างสมัยประชุมหรือต้องอนุมัติในที่ประชุม เพื่อเป็นกลไกที่ป้องกันการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง แต่ถ้าเจ้าตัวกระทำความผิดจริงๆ ก็ไม่มีเหตุผลที่สภาจะต้องปกป้อง 

  

เมื่อถามว่าหลายคนมองว่านายชนนพัฒฐ์ อาจไม่อยู่ในประเทศแล้ว นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมก็ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาที่สุดอยู่แล้ว