“มานะ” มอง เรื่องดี นายกฯ สั่งลุยปราบโกง แต่จะสำเร็จหรือไม่ วอนคนไทยอย่าปล่อยแผ่ว จี้สังคายนากฎหมายซ้ำซ้อนต้นเหตุเอื้อทุจริต


วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวเที่ยงไทยรัฐ ช่วง “ขีดเส้นใต้เมืองไทย” กับนายสุภาพ คลี่ขจาย ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี สั่งรื้อกฎหมายปราบโกง พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต ว่า คอร์รัปชันกัดกินประเทศนี้มานาน และทุกภาคส่วนก็พูดถึงกันมานานหลายสิบปี ในปี 2558 เคยมีการตั้งคณะกรรมการในลักษณะนี้มาแล้วเช่นกัน ทั้งรัฐบาล เอกชน ประชาชน และนักวิชาการ ซึ่งทำให้บางอย่างดีขึ้นจริง ๆ เช่น พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ที่ให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีแสงแห่งความหวังปรากฏขึ้นมานิดหนึ่ง ตนก็ดีใจแล้ว


ส่วนกฎหมายอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันนั้น ดร.มานะ ตอบว่า เยอะมาก ทั้งเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง การอำนวยความสะดวก การลงโทษผู้ติด - รับสินบน แล้วยกตัวอย่างการต่อเติมอาคาร ต้องผ่านกฎหมาย 7 ฉบับ ต้องติดต่อกว่า 20 หน่วยงาน ถ้าจะเปิดร้านสะดวกซื้อต้องมีใบอนุญาตมากกว่า 30 ใบ ความซับซ้อนเช่นนี้ทำให้เกิดช่องว่างการเรียกรับสินบน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปเจอขั้นตอนที่ซับซ้อนวุ่นวาย ซึ่งมีหลายเรื่องที่เราจะต้องทำ และจะต้องถูกแบในเร็ว ๆ นี้


เมื่อถูกถามว่าในปัจจุบันหลักฐานหายากมากยิ่งขึ้น จนลงโทษใครไม่ได้ จุดนี้จะแก้ไขอย่างไร ดร.มานะตอบว่า เรื่องนี้น่าเจ็บใจมาก เพราะในอดีต ป.ป.ช. จะพิจารณาในระดับ “เชื่อได้ว่า” เท่านั้น แต่ในปัจจุบันหลักฐานต้อง “ชัดเจน” ซึ่งส่วนใหญ่คอร์รัปชันเป็นการสมรู้ร่วมคิด ดังนั้นเขาจะช่วยกันปกปิดอยู่แล้ว หลักฐานจึงหายากมาก

...


ส่วนเรื่องผู้ให้สินบนจะเป็นปัญหาหรือไม่ เพราะใครจะบอกว่าตนเองให้สินบน ดร.มานะตอบว่า ไม่เป็นปัญหา เพราะประเทศไทยกำลังจะเข้าเป็นสมาชิก OECD หนึ่งในเรื่องที่ต้องทำเพื่อให้ได้มาตรฐานของ OECD คือเมื่อผู้ให้สินบนมาแจ้งเบาะแสกับ ป.ป.ช. คนผู้นั้นจะไม่ติดคุก แต่อาจโดนโทษปรับรุนแรง การทำแบบนี้จะทำให้คดีเร็วขึ้น และจะทำให้คนโกงระแวงกันเอง นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่าทาง OECD ต้องการให้ยกเลิกกฎหมายรางวัลนำจับ


ส่วนหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว เช่น การปรับ แต่ยังไปติดสินบนด้วย จะเสนออย่างไร ดร.มานะกล่าวว่า ทาง OECD บอกให้ยกเลิกเช่นกัน เพราะกฎหมายลักษณะนี้ ทำให้ประชาชนดูถูกและไม่เชื่อมั่นต่อระบบราชการ ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องทำให้ทุกหน่วยงานเสมอภาค เท่าเทียมกัน


เมื่อถามว่า คิดว่านายกฯ จะเอาจริงหรือไม่ และจะแก้ได้หรือไม่ ดร.มานะกล่าวว่า ถึงแม้รัฐมนตรีหลายคนจะมีข่าวพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ในเมื่อนายกฯ เริ่มลงมือ ก็เป็นเรื่องที่ดีแล้ว แต่จะสำเร็จหรือไม่ เราต้องช่วยกันพูด คอยทวงถามกัน อย่าปล่อยให้มันแผ่วลงไป ส่วนภาคเอกชนก็สู้จริง เพราะมันทนไม่ไหวแล้ว เศรษฐกิจมันจะพัง บ้านเมืองมันจะไปไหนไม่ได้ อย่างกรณีการเปิดเผยสินบน 26 หน่วยงาน ก็เป็นการเอาความจริงที่คนทั่วไปไม่กล้าพูด มาเปิดให้สาธารณชนได้รับรู้ ว่าเราจำเป็นแล้วที่ต้องแก้ไขร่วมกัน พร้อมกล่าวปิดท้ายว่า “ช่วยกันครับ คนไทยครับ”