รองหัวหน้าพรรค ปชป.ชี้เป้าขบวนการนำเข้าแรงงานเถื่อนสัญชาติกัมพูชา แฉบริษัทนำเข้าหัวหมอแท็กทีม คลีนิคเถื่อนปั๊มใบรับรองแพทย์เก๊สวมสิทธิ์ทำงาน


วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปมร้อนในกระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุข หลังตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสขั้นรุนแรงในขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวสายพันธุ์ผิดกฎหมาย เนื่องจากพบบางบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา มีพฤติการณ์ท้าทายกฎหมายอย่างเด่นชัด ด้วยการจงใจไม่ส่งตัวแรงงานกลับประเทศตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด และปล่อยปละละเลยให้ทำงานในไทยโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อได้ทำการสุ่มตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนกับกรมจัดหางานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขปี 2567 กลับพบข้อมูลสุดช็อกว่า จากสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนไว้เกือบ 70 แห่ง มีเพียง 50 กว่าแห่งเท่านั้นที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ส่วนที่เหลืออีกกว่า 10 แห่ง เป็น “สถานพยาบาลเถื่อน” ที่ไม่มีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข แต่กลับมีสิทธิ์ออกใบรับรองแพทย์คัดกรองสุขภาพให้กับแรงงานต่างด้าวเพื่อนำไปขึ้นทะเบียนทำงานได้อย่างน่าอัศจรรย์

“สถานพยาบาลที่ไม่มีใบอนุญาต ย่อมไม่สามารถออกใบตรวจสุขภาพที่ได้มาตรฐานสากลตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดได้ เรื่องนี้อันตรายต่อความมั่นคงทางชีวภาพมาก เพราะหากแรงงานผิดกฎหมายเหล่านี้ นำเชื้อโรคระบาดร้ายแรง เช่น อีโบลา หรือโรคติดต่ออุบัติใหม่เข้ามาโดยไม่มีการคัดกรองที่แท้จริง ใครจะรับผิดชอบ? มันจะสร้างความเสียหายทางสาธารณสุขอย่างมหาศาลต่อประเทศชาติ” นายชัยชนะ กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังได้หงายไพ่โชว์ข้อมูลทางการข่าวเชิงลึก (Intelligence) โดยระบุว่า เครือข่ายสถานพยาบาลนอมินีที่มีปัญหาเรื่องใบอนุญาตกลุ่มนี้ ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มีเส้นเรื่องเชื่อมโยงไปถึง “อดีตผู้บริหารระดับสูงของกรมจัดหางาน” รายหนึ่ง ที่ทำตัวเป็นเสนาธิการคอยประสานงานและจับมือร่วมกับบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวในสังกัดกระทรวงแรงงาน เพื่อเอื้อประโยชน์ทับซ้อนและแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากค่าหัวคิวแรงงานเถื่อนเหล่านั้น

...

นายชัวชนะยืนยันว่า เพื่อไม่ให้เรื่องนี้เงียบหายตนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน แฟ้มประวัติ และเอกสารงบการเงินทั้งหมด เตรียมเสนอต่อนายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เพื่อใช้อำนาจสภาฯ เรียกตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงแรงงาน มาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อหน้าคณะกรรมการ โดยเฉพาะในประเด็นการปล่อยปละละเลยหรือสมรู้ร่วมคิด ให้สถานพยาบาลที่ไม่มีใบอนุญาตมาออกใบรับรองแพทย์สวมสิทธิ์แรงงานต่างด้าว ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นความผิดล้นพ้นตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล มาตรา 35 (4) มีโทษจำคุก 1 ปี และกฎหมายบังคับให้ต้องสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของเครือข่ายดังกล่าวทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น