พรรคกล้าธรรม เตรียมยื่นร่าง พ.ร.บ.กิจการฮัจญ์ ตั้งสำนักงานดูแลผู้แสวงบุญมุสลิมไทย แก้ปัญหาถูกหลอก-ถูกทิ้งกลางทาง คุ้มครองสิทธิผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ 


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายนัจมุดดีน อูมา รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย สส.ภาคใต้ อาทิ นายยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี , นายลุตฟี หะยีอีแต สส.นราธิวาส นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส และนายอามินทร์ มายูโซ๊ะ สส.นราธิวาส ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของพรรค ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากผู้ประกอบการจัดเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ทั้งที่ผู้เสียหายทั้งสองคนประกอบอาชีพสุจริต เก็บหอมรอมริบเงินมาทั้งชีวิตด้วยความหวังจะได้เดินทางไปแสวงบุญ แต่กลับถูกหลอกลวงจนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

โดยนายอรรถกร กล่าวว่า ตั้งแต่พรรคกล้าธรรมก่อตั้งขึ้นมา พรรคมี สส.ภาคใต้เพียง 3 คน แต่ภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 พรรคได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในภาคใต้ ทำให้มีจำนวน สส.เพิ่มจาก 3 คน เป็น 12 คน และหลังจากลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องหลังการเลือกตั้ง พบว่าหนึ่งในปัญหาสำคัญที่พี่น้องมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้เรียกร้องให้พรรคเร่งแก้ไข คือ การดูแลผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ รวมถึงปัญหาการถูกทอดทิ้งหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ประกอบการบางราย

...

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า พรรคกล้าธรรมจึงเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับกิจการฮัจญ์ เพื่อจัดตั้งสำนักงานที่จะเข้ามาดูแลพี่น้องมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ทั้งในด้านสิทธิประโยชน์ การอำนวยความสะดวก และการคุ้มครองประชาชนในกรณีที่ถูกทอดทิ้งหรือถูกหลอกลวง โดยร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวได้รับการลงนามรับรองจาก สส.ของพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมเข้าสู่กระบวนการยื่นต่อรัฐสภา

“ผมในฐานะโฆษกพรรคกล้าธรรม ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญสำหรับพี่น้องมุสลิม และเป็นกฎหมายการเงิน จึงอยากให้รัฐบาลเร่งพิจารณาและส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สมาชิกได้ร่วมกันพิจารณาโดยเร็ว”

ด้านนายนัจมุดดีน อูมา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ลงนามรับรองร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นคนแรก รวมถึง สส.ของพรรคที่ร่วมลงนามครบตามจำนวน และกำลังจะนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมาพรรคได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีล่าสุดจากพี่น้องประชาชนในจังหวัดสงขลา ที่จ่ายเงินให้บริษัทนำเที่ยวเพื่อเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ แต่กลับไม่ได้เดินทางจริง จนสร้างความเดือดร้อนให้ทั้งครอบครัว จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่พรรคต้องเร่งผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภา

นายนัจมุดดีน กล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ประกอบด้วย การจัดตั้งสำนักงานกิจการฮัจญ์แห่งชาติในลักษณะองค์กรถาวร เพื่อทำหน้าที่ดูแลกิจการฮัจญ์โดยเฉพาะ จากเดิมที่ภารกิจดังกล่าวอยู่ภายใต้หลายหน่วยงาน จนทำให้เรื่องฮัจญ์ถูกมองเป็นเพียงประเด็นด้านความมั่นคง นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีคณะกรรมการกิจการฮัจญ์แห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีจุฬาราชมนตรีเป็นรองประธาน รวมถึงมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นกรรมการรวมประมาณ 21 คน เพื่อกำหนดนโยบายและกำกับดูแลกิจการฮัจญ์อย่างเป็นระบบ

อีกหนึ่งสาระสำคัญ คือ การกำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะดำเนินธุรกิจรับจัดการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ต้องเป็นนิติบุคคล และต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง หากไม่สามารถนำผู้แสวงบุญเดินทางได้ตามสัญญา จะมีทั้งบทลงโทษทางแพ่งและทางอาญา เพื่อป้องกันการเอาเปรียบประชาชน และเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนกิจการฮัจญ์ เพื่อใช้บริหารจัดการและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยระบุว่าปัจจุบันรัฐบาลมีงบประมาณสนับสนุนอยู่แล้วประมาณ 300 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

“ร่างกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างหลักประกันและความมั่นใจให้พี่น้องมุสลิมที่ต้องการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ว่าจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม ปลอดภัย และไม่ถูกทอดทิ้งหรือหลอกลวงอีกต่อไป”