“ยศชนัน” เปิดมหกรรมไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า “ท่าสยาม” ชู “นวัตกรรมวัฒนธรรม” ยกระดับศิลปินไทย-หนุนเศรษฐกิจ Wellness Economy
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 21 พ.ค. 2569 ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมต. ประจำ อว. นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ร่วมรับชมการแสดงดนตรีวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า ชุด “ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี” โดยมี นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, รศ.พอพันธ์ สุทธิวัฒนะ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ผู้อำนวยการแสดง, ดร.สุชาติ วงษ์ทอง ศิลปินนานาชาติ, พลตรี ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ ผู้ควบคุมการแสดง, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตลอดจน หม่อมหลวงศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ (เชฟหมึกแดง) ร่วมให้การต้อนรับ ณ หอประชุมสิริรำไพพรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี
ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานในวันนี้คือ รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข ผู้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อศิลปินไทย นักเรียน และผู้ด้อยโอกาสมายาวนานเกือบ 20 ปี เพื่อให้เด็ก ๆ มีสิทธิ์เข้าถึงการเรียนดนตรีและพลิกชีวิตของพวกเขา รศ.ดร.สุกรี คือผู้สร้างรากฐานสำคัญตั้งแต่การก่อตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จนปัจจุบันได้รับการจัดอันดับให้ติด Top 50 ของโลก การแสดงในวันนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับศิลปินไทยให้มีความทันสมัย และทำให้คนทั้งโลกได้เห็นถึงคุณค่าของศิลปินไทยอย่างแท้จริง
...
“เรามักพูดถึงการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อทำให้ประเทศร่ำรวยและก้าวไปข้างหน้า แต่ในความเป็นจริง ประเทศที่จะมั่งคั่งและมีอารยะอย่างแท้จริง จะต้องมีการพัฒนาทางด้านดนตรีควบคู่ไปด้วย ดนตรีคือสิ่งที่เปิดใจให้ทุกคนเข้ามาเรียนรู้ หากเราเรียนประวัติศาสตร์จากการอ่านหนังสือเพียงหน้าสองหน้าก็อาจจะหลับแล้ว แต่อาจารย์สุกรีได้นำดนตรีมาร้อยเรียง นำลักษณะการประพันธ์แบบบีโธเฟนหรือโมสาร์ทมาผสมผสานกับดนตรีไทย เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ว่าวัฒนธรรมไทยนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด”
ดร.ยศชนัน ยังระบุด้วยว่าการจัดแสดงชุด “ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี” สะท้อนให้เห็นว่าสยามมีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นศูนย์กลางความเป็นนานาชาติมาตั้งแต่สมัยอยุธยา การนำรากฐานเหล่านี้มาแกะรอยและรังสรรค์ขึ้นใหม่ ถือเป็น “นวัตกรรมทางวัฒนธรรม” ที่ทรงพลัง ซึ่งจะเป็นแบบอย่างและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่ศึกษาและทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม ว่าพวกเขามีโอกาสที่จะพลิกฟื้นและสร้างความงดงามให้ประเทศ นอกจากนี้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบ Wellness Economy จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากปราศจากดนตรีและพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง
“อีกหนึ่งวาระสำคัญในวันนี้ คือการที่เราได้มาร่วมน้อมรำลึกในโอกาสที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) มีมติยกย่อง สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ในวาระครบรอบ 100 ปี แห่งพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาและการพัฒนาความเสมอภาค ซึ่งผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลภารกิจด้านความเสมอภาคโดยตรง ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง การที่เราได้มารวมตัวกัน ณ พื้นที่วังสวนบ้านแก้วแห่งนี้ จึงเป็นทั้งการเชิดชูพระเกียรติคุณ และเป็นหมุดหมายสำคัญในเรื่องความเท่าเทียมกันของสังคมไทย” ดร.ยศชนัน กล่าว
ด้าน นายธวัชชัย กล่าวว่า จังหวัดจันทบุรีถือเป็นเมืองสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เป็นศูนย์กลางการค้าพริกไทย อัญมณี และผลไม้ของประเทศ การแสดง “ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี” จึงมุ่งถ่ายทอดอัตลักษณ์และเรื่องราวของเมืองผ่านบทเพลงและศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างการรับรู้มรดกทางวัฒนธรรม และยกระดับจันทบุรีสู่เมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน
ด้าน รศ.พอพันธ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาของท้องถิ่นและประเทศ โดยตั้งอยู่ในพื้นที่วังสวนบ้านแก้ว อดีตที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศยกย่องพระองค์ในวาระครบรอบ 100 ปีแห่งพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเสมอภาคทางเพศ เพื่อเชิดชูพระเกียรติคุณที่ทรงวางรากฐานการพัฒนาสตรีและสังคมไทย