“กิตติชัย” สส.พรรคประชาชน อภิปรายอัด กกต. สอบตกจัดเลือกตั้ง ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า เกิดปัญหาเก่าซ้ำซาก เสนออบรม กปน. ต่อเนื่องทุกปี หวังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา ไม่เกิดข้อผิดพลาด


วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายงานบริหารท้องถิ่น พรรคประชาชน อภิปรายรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่า จากผลการรายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และข้อสังเกตจากผู้สอบบัญชีนั้น ทำให้เราได้เห็นแล้วว่า กกต. ที่มีหน้าที่สำคัญคือการจัดการเลือกตั้ง แต่ยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ กกต. ที่บอกว่า “สำนักงาน กกต. เป็นที่ยอมรับระดับสากลในกระบวนการเลือกตั้งอย่างมืออาชีพ” หากเราดูในรายงานการเงินของผู้สอบบัญชีในวันนี้ จะเห็นว่าการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมาในปี พ.ศ. 2567 กกต. มีงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งคุณภาพ เพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. ถึง 2,400 กว่าล้านบาท แต่ผู้สอบบัญชียังเขียนไว้ในรายงานว่า “มีจำนวนเงินเหลือจ่ายค่อนข้างสูง”

การที่ กกต. ใช้งบประมาณที่มาจากภาษีประชาชนได้อย่างประหยัด และจัดการเลือก สว. ได้อย่างมีคุณภาพ คงไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับการใช้งบประมาณของ กกต. แต่การเลือก สว. ที่ผ่านมาในปี 2567 จนถึงวันนี้ ยังเป็นที่ครหากันอยู่ว่า กกต. จัดการเลือก สว. ได้อย่างสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ ตนจึงขอฝากไปถึงผู้มาชี้แจง เพื่อเป็นข้อสังเกตจากการใช้งบประมาณของ กกต. ถึงเรื่องการจัดการเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพด้วย 2 ประเด็น

...

ประเด็นแรก งบประมาณค่าใช้จ่ายในการควบคุมและจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ตนเข้าใจได้ว่า ในปี 2567 ไม่มีการเลือกตั้ง สส. ระดับประเทศ จะมีก็เพียงการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างเพียงบางเขตเท่านั้น แต่ กกต. จะทำให้การเลือกตั้งมีคุณภาพได้อย่างไร เพราะ กกต. ไม่ได้ให้ความสำคัญในการนำงบประมาณไปใช้ลงทุนกับคณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ต่อให้จะมีหรือไม่มีการเลือกตั้ง แต่เราก็ต้องยอมรับว่า ในสภาวะทางการเมืองแบบนี้ กกต. ต้องมีการวางแผนให้พร้อมสำหรับการจัดการเลือกตั้งในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคัดเลือก อบรม และพัฒนาบุคลากรประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. ให้มีความพร้อม ไม่ใช่ว่าจะเลือกตั้งทีก็อบรมกันก่อนวันเลือกตั้งไม่กี่วัน แล้วก็เกิดปัญหาทุกครั้งกับการทำหน้าที่ของ กปน. เช่น การขานบัตรดี-บัตรเสีย การขีดคะแนนไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เพราะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ กปน. ในแต่ละหน่วยนั้นๆ

ตัวอย่างที่พบในการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา และเกิดข้อร้องเรียน คือ การขีดผลคะแนนในแบบขีดคะแนน (สส. 5/11) ไม่ตรงกันกับแบบรายงานผลการนับคะแนน (สส. 5/18) หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งล่วงหน้า ก็พบข้อผิดพลาดที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. โดยเฉพาะการเขียนรหัสจังหวัดและรหัสเขตหน้าซองบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกับสิทธิของผู้มาใช้สิทธิ และในบางเขตยังพบวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้งไปอยู่ที่บ่อขยะ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลต่อความเสียหายในระดับประเทศและคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชน

ประเด็นที่ 2 เรื่องพัฒนาระบบแจ้งเหตุและรายงานการเลือกตั้งอัจฉริยะ จากสิ่งที่รายงานคือ การดำเนินกิจกรรมประชุม พบปะ สร้างความสัมพันธ์ และให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้แอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” แต่ตนอยากจะตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมาเคยมีตัวชี้วัดเชิงคุณภาพจริง ๆ หรือไม่ ทุกวันนี้ประชาชนไปแจ้งเหตุการทุจริตการเลือกตั้งด้วยตัวเอง กกต. ก็ยังให้ประชาชนหาหลักฐานมาเพิ่มด้วยตนเอง และถ้าได้เข้าไปโหลดแอปพลิเคชันตาสับปะรด มาใช้ เมื่อกดเข้าไป กกต. ยังเชิญชวนให้ไปโหลดแอปฯ อื่นของ กกต. อีก 2 แอปฯ ตนขอถามสั้นๆ ว่า ทำไม กกต. ถึงไม่เอาทั้ง 3 แอปฯ มารวมกัน เพื่อง่ายต่อการใช้งานของประชาชน และประหยัดงบประมาณได้อีกด้วย

นายกิตติชัย ยังอภิปรายโดยระบุข้อเสนอ 2 ข้อ คือ ข้อเสนอแรก เรื่อง กปน. ขอให้ กกต. ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยกำหนดให้มีการอบรม กปน. อย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเตรียมความพร้อม ไม่ใช่พอใกล้มีการเลือกตั้งถึงค่อยจัดอบรม และที่ผ่านมาในงบประมาณแต่ละปี กกต. ก็ให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณอบรมกับบุคลากรภายใน กกต. เพียงเท่านั้น หรือจะใช้ระบบออนไลน์ หรือ e-learning ที่ กกต. มีงบพัฒนาระบบอยู่แล้วอย่างคุ้มค่า โดยนำไปใช้อบรมกับ กปน. ซึ่งสามารถทบทวนขั้นตอนและทดสอบความเข้าใจได้ตลอดเวลา ที่สำคัญที่สุดต้องมีการวัดผลและประเมินประสิทธิภาพก่อนที่ กปน. ทุกคนจะเข้าปฏิบัติหน้าที่จริง ไม่ใช่แค่นับจำนวนชั่วโมงอบรม ซึ่งเป็นปัญหาเดิมๆ ที่ สตง. ก็ชี้ว่า กกต. ยังมีการกำหนดค่าเป้าหมายที่ไม่เหมาะสม โดยมีการกำหนดค่าเป้าหมายอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับมาตรฐานของการดำเนินโครงการที่สามารถดำเนินการได้ และกลุ่มเป้าหมายที่มาใช้วัดความสำเร็จของตัวชี้วัดเชิงปริมาณไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับตัวชี้วัด

ข้อเสนอที่ 2 คือ เรื่องพัฒนาระบบและพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งให้เป็นมืออาชีพ หาก กกต. ยืนยันจะทำโครงการพัฒนาระบบแจ้งเหตุเลือกตั้งต่อไป ขอให้รายงานมาว่า มีประชาชนแจ้งเหตุผ่านแอปกี่คน แจ้งเหตุแล้วติดตามผลได้หรือไม่ เข้าสู่กระบวนการกี่เรื่อง แจกใบเหลืองใบแดงได้กี่เรื่อง และต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในความสุจริตและเที่ยงธรรมของ กกต. พร้อมกล่าวปิดท้ายว่า ตนหวังว่าการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาของ กกต. ที่จะมาถึงนี้ จะไม่เกิดข้อผิดพลาดและทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นเหมือนกับการจัดการเลือกตั้ง สส. ครั้งที่ผ่านมา 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569.