กมธ.การอุดมศึกษาฯ หารือกรอบการทำงาน รับโลก AI และการแข่งขันยุคใหม่ ชี้ คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “ประเทศไทยจะอยู่ตรงไหน” แต่ “คนไทยจะอยู่ตรงไหนในโลกอนาคต”


วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ผ่านมา นางฐิติมา ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ ถึงกรอบแนวทางการทำงานของคณะกรรมาธิการในระยะแรกของสมัยประชุมนี้ ภายใต้บริบทที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้าน AI เทคโนโลยี และการแข่งขันทางเศรษฐกิจของโลก

นางฐิติมา กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า คำถามสำคัญในวันนี้ ไม่ใช่เพียงว่า “ประเทศไทยจะอยู่ตรงไหนในโลกอนาคต” แต่รวมถึง “คนไทยจะอยู่ตรงไหนในโลกอนาคตด้วย” คณะกรรมาธิการจึงเห็นควรให้มีการศึกษาในประเด็นด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ว่าจะสามารถช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่ม GDP ของประเทศ รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างไร พร้อมกันนี้ จะมีการศึกษาแนวทางที่ประเทศไทยจะใช้ AI เทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ลดจุดอ่อนหรือข้อจำกัดของประเทศ และเตรียมความพร้อมให้คนไทยสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในโลกอนาคต

...

ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวต่อไป ที่ประชุมยังเห็นว่า การพัฒนาประเทศในยุคใหม่ จำเป็นต้องมองในลักษณะ Ecosystem หรือระบบที่ทุกส่วนต้องเชื่อมโยงกัน ทั้งมหาวิทยาลัย งานวิจัย ภาครัฐ ภาคเอกชน เทคโนโลยี กำลังคน และภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการต่อยอดจากองค์ความรู้ไปสู่เศรษฐกิจจริง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะเน้นการรับฟังและศึกษาภาพรวมของประเทศ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และภาคประชาชน เพื่อให้เห็นทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน และประเด็นที่ยังไม่เชื่อมโยงกัน ก่อนนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อไป

นางฐิติมา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แม้ประเทศจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มี AI หรือมีงานวิจัยระดับสูง แต่หากสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถสร้างโอกาส เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างทั่วถึง ก็ยังเป็นประเด็นที่สังคมควรร่วมกันศึกษาและพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะทำหน้าที่ศึกษา แสวงหาข้อเท็จจริง และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อประกอบการพิจารณาและจัดทำข้อเสนอในประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อไป.