“ศุภณัฐ” ชี้เหตุรถไฟชนรถประจำทางเกิดจากความบกพร่องเชิงระบบ  พบปัญหาอื้อ เสนอบริษัทประกันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนวงเงินเบี้ยประกัน


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม แถลงข่าวผลการประชุม ของคณะกรรมาธิการฯ กรณีการเยียวยาผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถไฟชนกับรถโดยสารประจำทาง บริเวณแยกอโศก-ดินแดง ว่ามี หลังจากที่เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงวันนี้โดยมีนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง, นายทยากร จันทรางศุ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทาง กรมการขนส่งทางราง, นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก, นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท., นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก., พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พ.ต.อ.กำพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน เข้าชี้แจง


ซึ่งการประชุมได้สรุปวงเงินเยียวยารวมทั้งสิ้น 2,390,000 บาท ต่อราย โดยแบ่งเป็นเงินจากบริษัทประกันภัยและบริษัทที่เกี่ยวข้อง 1,750,000 บาท การรถไฟแห่งประเทศไทย 340,000 บาท และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ 300,000 บาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ครบถ้วน เนื่องจากมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่ยังไม่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้ ขณะที่อีก 6 รายพบปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลเลขประจำตัวประชาชนไม่ตรงหรือไม่มีในระบบ บริษัทประกันจึงไม่สามารถดำเนินการเคลมได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจดำเนินการส่งข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการเบิกจ่าย

...


ทั้งนี้ มีข้อเสนอให้บริษัทประกันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาทบทวนเรื่องวงเงินและเบี้ยประกัน เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความคุ้มครองและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ยืนยันว่าระบบอาณัติสัญญาณ (Railway Signalling) ที่ใช้งานในปัจจุบันเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยมีลักษณะสัญญาณไฟที่ใช้ควบคุมการเดินรถ หากสัญญาณไฟแสดงสถานะอนุญาตจึงสามารถเดินรถได้ แต่หากไม่แสดงสถานะอนุญาตจะเป็นเพียงสัญญาณเตือนให้ใช้ความระมัดระวัง มิได้หมายความว่าต้องหยุดรถโดยตรง ยกเว้นกรณีที่มีสัญญาณธงแดงหรือไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำจุด ซึ่งถือเป็นสัญญาณให้หยุดหรือระมัดระวังสูงสุด


ในด้านการสอบสวนเหตุการณ์ กล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องมีความคลาดเคลื่อนด้านเวลา เนื่องจากแต่ละหน่วยงานใช้ระบบเวลาไม่ตรงกัน ส่งผลให้ข้อมูลบางส่วนไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกันได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ต้องได้รับการแก้ไขในเชิงระบบ

ด้านระบบสื่อสารระหว่างพนักงานขับรถไฟและเจ้าหน้าที่สถานีมีการดำเนินการตามระเบียบปกติ แต่มีข้อเสนอให้พิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติม เช่น การติดตั้งระบบกล้องและจอแสดงผลเพื่อเพิ่มการมองเห็นและความปลอดภัย

ส่วนประเด็นการตรวจสารเสพติด ปัจจุบันยังไม่มีระเบียบที่กำหนดให้ตรวจเป็นประจำระหว่างการปฏิบัติงาน โดยมีเพียงการตรวจในช่วงเริ่มเข้าทำงานและการต่ออายุใบอนุญาตเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาออกระเบียบใหม่เพื่อเพิ่มความถี่ในการตรวจให้เข้มงวดมากขึ้น

แนะบริหารจุดตัดร่วมกัน

ด้านระยะเบรกของรถไฟ การรถไฟชี้แจงว่าระยะเบรกขึ้นอยู่กับน้ำหนักบรรทุกและสภาพการใช้งาน โดยระยะเบรกที่เสนอไว้บางส่วนไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในการเดินรถ เนื่องจากหากเบรกกะทันหันอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของขบวนรถได้

ในประเด็นจุดตัดทางรถไฟ มีจำนวนจุดตัดเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ หากกำหนดให้รถไฟต้องหยุดทุกจุดจะส่งผลกระทบต่อการเดินรถทั้งระบบ จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในด้านการบริหารจราจร พบว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องรับผิดชอบหลายหน้าที่พร้อมกัน ทั้งการควบคุมการจราจร การใช้สัญญาณ และการประสานงาน ทำให้เกิดภาระงานสูง ขณะที่ระบบสัญญาณไฟจราจรในบางพื้นที่ยังเป็นระบบแบบกำหนดเวลา ไม่ได้ปรับตามสภาพจราจรจริงทั้งหมด กรุงเทพมหานครยังมีข้อจำกัดในระบบสัญญาณจราจรแบบปรับอัตโนมัติ ซึ่งยังติดตั้งไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ส่งผลให้ต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในการควบคุมพื้นที่จริง

ขาดมาตรฐานกลาง

   ส่วนระบบการบังคับใช้กฎหมายระหว่างตำรวจและการรถไฟยังขาดมาตรฐานกลางที่ชัดเจน ทำให้การประสานงานเป็นไปในลักษณะข้อตกลงเฉพาะหน้า เช่น การแจ้งเตือนเมื่อรถไฟจะผ่านจุดตัด แต่ยังไม่มีแนวปฏิบัติที่เป็นระบบเดียวกัน อีกทั้งยังพบข้อจำกัดด้านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสัญญาณไฟจราจรกับข้อมูลการเดินรถไฟ ทำให้ไม่มีระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ที่เชื่อมกันอย่างสมบูรณ์ 

ส่วนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสัญญาณจราจรในบางพื้นที่ยังไม่ได้เชื่อมโยงกับระบบอัจฉริยะอย่างทั่วถึง มีการติดตั้งเฉพาะบางจุดเท่านั้น ส่งผลให้การบริหารจัดการจราจรยังไม่สอดคล้องกันทั้งระบบ สำหรับโครงการรถไฟและระบบขนส่งมวลชนในอนาคต เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงและโครงการเชื่อมต่อโครงข่าย ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับโครงสร้างและรูปแบบการลงทุนใหม่ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้รวดเร็วมากขึ้น

สำหรับประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย พบว่าปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานกลางที่ชัดเจนระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้การดำเนินงานในพื้นที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก ทั้งในส่วนของตำรวจและเจ้าหน้าที่การรถไฟ

 ข้อมูลวงจรปิดไม่ถึงมือตำรวจ

นายศุภณัฐยังพบข้อจำกัดด้านการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อบังคับใช้กฎหมายในบางพื้นที่ ซึ่งยังไม่สามารถตรวจจับและดำเนินคดีจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มรูปแบบ ข้อมูลจากกล้องบางส่วนยังไม่ถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานตำรวจอย่างเป็นระบบ

  “ภาพรวม ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความซับซ้อนของการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงาน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสัญญาณ การบังคับใช้กฎหมาย และการประสานข้อมูล ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงเชิงระบบเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในระยะยาว” นายศุภณัฐกล่าว