“พจน์” ประธานสภาหอการค้าไทย เผย นายกฯ มอบนโยบายลุยสางคอร์รัปชัน เผยคุยปลัด ทส. แล้ว จ่อส่งรายละเอียด 22 พ.ค.นี้ ปมกรมควบคุมมลพิษเรียกรับสินบน ย้ำขอมาเพียงขั้นตอนสำรวจ ไม่ใช่ข้อมูลเชิงลึก


เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย พร้อมด้วย นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และนายพิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ TIJ กล่าวภายหลังประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต หรือ คตท. ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องการทุจริต 

นายพจน์ กล่าวต่อไป ถือว่ารัฐบาลมีแอ็กชั่นที่เร็วมาก เรารู้สึกดีใจ หลังจากที่เรามีการเซ็ตอัปของ กกร. ร่วมกับหน่วยงานวิชาการ ทั้ง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทีไอเจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดทำลักษณะข้อมูลเชิงวิชาการและข้อเท็จจริง โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายว่า รัฐบาลมีความตั้งใจในการปราบปรามทุจริตอย่างจริงจัง และจะร่วมมือกันทางภาครัฐและเอกชน

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีบางช่วงที่นายกรัฐมนตรีระบุ หากมีข้อมูลให้นำส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบ นายพจน์ เผยว่า กระบวนการเหล่านี้มีอยู่แล้ว เพียงแต่เชื่อว่าคณะกรรมการชุดนี้จะทำให้เกิดความมั่นใจกับเอกชนว่า การเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดจะปลอดภัย ซึ่งคณะกรรมการ กกร. ได้คุยกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ทั้งหมดแล้ว พร้อมจะร่วมมือกัน ฝากสื่อมวลชนว่า ทุกๆ อย่างที่คณะกรรมการ กกร. ร่วมมือกันทำ ผลประโยชน์สุดท้ายตกกับชาติและประชาชน

...

ส่วนคำถามว่า กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่ายังไม่ได้รับข้อมูลเรียกรับสินบนจาก กกร. นั้น นายพจน์ กล่าวว่า เมื่อสักครู่ได้มีการหารือกันแล้ว ทางด้าน นายธนวรรธน์ กล่าวเสริมว่า จะส่งข้อมูลให้วันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ซึ่งร่างไว้ครบทั้งหมดแล้ว เมื่อถามอีกว่า ข้อมูลที่ส่งให้จะเป็นหลักฐานที่จะสามารถนำไปดำเนินการเอาผิดหน่วยงานได้ใช่หรือไม่ นายพจน์ ย้อนถามว่า “เอาผิดใครล่ะ” เมื่อสักครู่ได้พูดคุยกับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่าแบบสอบถามทั้งหมดทำสอดคล้องกับธนาคารโลก (World Bank) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ซึ่งเป็นแบบสอบถามว่ามีการทุจริตหรือไม่ ไม่ได้เจาะลึกเอาผิดใคร ย้ำว่าการทำข้อมูลนี้เพื่อให้เห็นว่ามีปัญหาว่ามีการทุจริต แต่เป็นเรื่องอดีตต้องเดินหน้าต่อไป

ขณะที่หลังจากนี้จะมีการทำแบบสำรวจซ้ำอีกหรือไม่ นายพจน์ ระบุว่า จะทำทำไม เพราะรัฐบาลตั้งแล้ว เราต้องจับมือกันแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยต้องหลุดพ้นให้ได้กับเรื่องคอร์รัปชัน เพราะไม่ใช่แค่เอกชนกับเศรษฐกิจ แต่ปัญหานี้เป็นเรื่องของประเทศชาติ และสังคม หากคอร์รัปชันยังฝังรากลึก คนยังไม่ตระหนักถึงปัญหา ส่วนตัวมองว่าจะเดือดร้อนลูกหลาน เราต้องสร้างค่านิยมใหม่

ส่วนประเด็นที่กรมควบคุมมลพิษ ขอข้อมูลเรื่องผลการสำรวจ แต่ กกร. ยังไม่ได้ส่งให้นั้น นายธนวรรธน์ เผยว่า ได้นัดหมายกับกรมควบคุมมลพิษแล้วว่าจะส่งให้ภายในวันที่ 22 พฤษภาคม ขณะนี้ร่างเอกสารไว้ครบแล้ว ตนขออนุญาตชี้แจงเพื่อความชัดเจน ที่กรมควบคุมมลพิษขอมา เป็นการขอข้อมูลขั้นตอนกระบวนการในการทำแบบสอบถาม เพราะฉะนั้น เวลาส่งคำชี้แจงจะเป็นเรื่องของการสำรวจแบบสอบถาม กระบวนการเก็บข้อมูล ซึ่งก็บอกกับหลายกรมชัดเจนแล้วว่า กกร. มีกระบวนการอย่างไร เราเก็บแบบเป็นมุมกว้าง โดยยึดโครงการที่ทำร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และธนาคารโลก พร้อมทำการเสวนาบนเวทีสาธารณะ 

นายธนวรรธน์ กล่าวต่อไปว่า เป็นโครงที่เราทำเพื่อชี้ช่องว่าง มันมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ได้เจาะว่าขั้นตอนไหนของหน่วยงานนี้เป็นอย่างไร แต่ในอนาคตพร้อมร่วมมือกับหลายหน่วยงานในการดำเนินงานเชิงรุก ที่จะเจาะลึกว่า หน่วยงานไหนมีขั้นตอนใดที่ผิดพลาดก็จะเจาะลึกได้เป็นรายกรณี ขอย้ำว่าไม่ได้จะส่งข้อมูลให้ แต่พร้อมที่จะให้มาประสานขอข้อมูล ซึ่งแต่ละคำขอที่ขอมาเป็นขั้นตอนกระบวนการทำงาน

ด้าน นายพิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า สถาบันจะมีการจัดเวิร์กช็อป ถือเป็นโอกาสดีที่จะเริ่มนำข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้ประโยชน์ในการศึกษาและหาทางแก้ไขเพื่อป้องกันการทุจริต ย้ำว่าผลการสำรวจชี้ให้เห็นความจริงรูปแบบหนึ่ง แม้จะไม่ได้เป็นชุดความจริงที่จะไปดำเนินคดีได้ แต่มีประโยชน์อย่างมากที่ทำให้คนในระบบมองเห็นปัญหาและนำมาวิเคราะห์ในแต่ละขั้นตอนการทำงาน จะต้องมีการทบทวนอย่างไรบ้าง.