เปิดประวัติ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ประกาศสู้ต่อ ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 เจ้าของฉายา “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” และเป็นมีมอีกครั้งจากการตะโกนเปิดถนน “เอ้า..เปิด”
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ครองใจชาว กทม. จำนวนมาก จะลงชิงเก้าอี้สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อีกเป็นสมัยที่ 2 หลังเจ้าตัวประกาศลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อไปทำภารกิจของพ่อ รับปริญญาลูกชาย นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือแสนดี ที่ต่างประเทศ และจะกลับมาสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม -1 มิถุนายน 2569 นี้ ท่ามกลางแรงเชียร์ของชาว กทม. ที่อยากให้กลับมาทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. ต่อ เพราะผลงานเข้าตา เป็นผู้ว่าฯ ที่ชีวิตเรียบง่าย ลงพื้นที่เองทุกวัน ที่หาใครเปรียบได้ยากในการเป็นผู้นำสมัยนี้
ประวัติ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”
ไทยรัฐออนไลน์ จึงพาไปย้อนดูประวัติชีวิต นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทm. ก่อนที่จะลงชิงเก้าอี้อีกครั้งเป็นสมัยที่ 2 โดยนายชัชชาติ เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2509 ปัจจุบันอายุ 59 ย่าง 60 ปี ชื่อเล่น “ทริป” เป็นบุตรของพลตำรวจเอกเสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กับจิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มีพี่น้องร่วมบิดา-มารดา สองคนคือ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ - อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.นายแพทย์ ฉันชาย สิทธิพันธุ์ - กรรมการแพทยสภา วาระ พ.ศ. 2562-2564 คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นฝาแฝดผู้พี่ของชัชชาติ
...
ชีวิตส่วนตัว สมรสกับ ปิยดา พนักงานการบินไทย ปัจจุบันหย่าร้าง เมื่อปี 2560 มีบุตรชายหนึ่งคน คือ นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือ แสนดี ซึ่งเป็นผู้พิการทางการได้ยินตั้งแต่กำเนิด โดยได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียม เมื่อปี พ.ศ. 2545 และเป็นแรงบันดาลใจให้ชัชชาติต้องการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่เข้าใจผู้พิการอย่างแท้จริง
การศึกษา “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”
นายชัชชาติ เรียนจบมัธยมต้น ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนจบมัธยมปลาย ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และปริญญาเอก คณะวิศวกรรมโยธา (โครงสร้าง) มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
เส้นทางการเมือง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”
ก่อนที่จะลงสมัครตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองครั้งแรก จากตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นบุคคลระดับหัวกะทิของรัฐบาลในด้านการวางยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับการขนส่งระบบรางเป็นพิเศษ ผลงานในช่วงที่เขาเป็นรัฐมนตรี ได้แก่ การแก้แบบสถานีกลางบางซื่อให้รองรับรถไฟความเร็วสูง การแก้แบบสายสีแดงเข้มจาก 3 ทางเป็น 4 ทาง การจัดซื้อจัดขบวนรถด่วนพิเศษ CNR จำนวน 8 ขบวน, การเปลี่ยนรางรถไฟในภาคเหนือตอนบนทั้งหมดให้ข้าราชการระดับ 9 ขึ้นไปนั่งรถเมล์มาทำงานแล้วรายงานปัญหา
ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะลงสนามการเมือง นายชัชชาติเคยทำงานเป็นวิศวกรโครงสร้างในบริษัทเอกชนมาก่อน จากนั้นได้เบนเข็มมาทำงานด้านวิชาการ โดยเป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายจัดการทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง
โดยนายชัชชาติ ยังทำงานในฐานะนักวิชาการ ได้มีโอกาสเข้ามาช่วยงานและให้คำปรึกษาแก่กระทรวงคมนาคมในสมัยรัฐบาลทักษิณ 2 และรัฐบาลสมัคร จากนั้นในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้รับการทาบทามให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และสร้างผลงานจนเป็นที่รู้จักจนถึงปัจจุบัน และหลังจากสิ้นสุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้เบนเข็มไปทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จากนั้นก็ได้ลาออกมาสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปี พ.ศ. 2565 ดำรงตำแหน่งเกือบ 4 ปี เต็ม ก่อนจะลาออกเพราะต้องไปงานรับปริญญาลูกชาย และไม่อยากนั่งรักษาการ ขณะที่ตนเองก็จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2
ภาพมีมดังฉายา “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี”-ตะโกนเปิดถนน “เอ้า..เปิด”
ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2557 นายชัชชาติ ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตกเป็นที่ฮือฮาและโด่งดัง ในโลกโซเชียล หลังมีคนถ่ายภาพ นายชัชชาติ ใส่เสื้อแขนกุดสีดำ กางเกงขาสั้น เดินเท้าเปล่า ถือถุงแกงและถุงใส่ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ด้วยท่าทางมุ่งมั่นและมีกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรง เข้าไปทำบุญตักบาตรที่วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์ มาโพสต์ลงในโลกออนไลน์
ชาวเน็ตจึงนำภาพนี้ไปตัดต่อล้อเลียน (Meme) ในเชิงแซวว่าท่านมีพละกำลังมหาศาลคล้ายกับตัวการ์ตูนหรือซูเปอร์ฮีโร่ จนกลายเป็นไวรัลระดับประเทศ และได้รับฉายาว่า “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” มานับตั้งแต่นั้น เมื่อมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ฉายานี้ก็ยังคงถูกพูดถึงอยู่เสมอ เพราะไลฟ์สไตล์ที่ชอบตื่นตี 4 มาวิ่งออกกำลังกาย และทำงานลุยๆ ลงพื้นที่แบบไม่มีพิธีรีตอง
ช่วงท้ายของตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ เป็นมีมโด่งดังอีกครั้ง เมื่อได้ไปเปิด “ถนนพรานนก–พุทธมณฑล สาย 4” (ตัดใหม่) ช่วงพุทธมณฑลสาย 2–3 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 เพื่อระบายการจราจรฝั่งธนบุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีการตั้งเวทีใหญ่โต หรือมีพิธีรีตองตัดริบบิ้นให้ยืดเยื้อ
พอถึงเวลาเปิด นายชัชชาติ พูดสั้นๆ แค่ว่า “เปิดง่ายๆ เอ้า...เปิด!” (พร้อมตะโกนให้สัญญาณ) พิธีเปิดทั้งหมดจึงเสร็จสิ้นลงภายในเวลาเพียง 3 วินาที เท่านั้น แล้วก็ปล่อยให้รถวิ่งสัญจรได้ทันที