“ภราดร” เผย “อนุทิน” นำทีมพรรคภูมิใจไทย ยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ 20 พ.ค. ต่อประธานรัฐสภา “นิกร” เผย ให้มี สสร. 100 คน โววิธี ภท. แฟร์ที่สุด ชี้ ประชาชนเลือกมาแบบนี้


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย มีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคภูมิใจไทย ประจำสัปดาห์ ซึ่ง สส. เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยเวลา 16.23 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุม สส.พรรคมีมติ 190 เสียง รวมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการลงประชามติ 21 ล้านเสียง โดยวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะนำทีมคณะกรรมการบริหารพรรคและสส.ของพรรค ไปยื่นร่างแก้ไขต่อประธานรัฐสภา คาดว่าไม่เกินเวลา 10.30-11.00 น.

ขณะที่ นายนิกร จำนง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ร่างของพรรคภูมิใจไทยมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 100 คน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ 23 คน และมาจากการสมัครจากทั่วประเทศจำนวน 77 คน และมีสำรองอีก 300 คน สำหรับสัดส่วนที่จะมีการตั้งนั้น จะแบ่งเป็นมีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 45 คน ประกอบด้วย สสร. 30 คน สำรอง 15 คน และกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นอีก 45 คน ประกอบด้วย สสร. 15 คน สำรอง 15 คน และประชาชน 15 คน โดยมีกรอบเวลาการทำงานของ สสร. 360 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่ 

โดยหลักการจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพราะจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เลือก โดยสัดส่วนของ สสร. เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีรูปแบบเดียวกับการเลือกกรรมาธิการสามัญ กล่าวคือ สมาชิกรัฐสภามีทั้งสิ้น 700 คน แบ่ง สส.500 คน สว. 200 คน ซึ่ง สส. จะได้โควตาที่ประมาณ 71 คน และ สว. ได้ 29 คน ส่วนที่เป็นปัญหาเรื่อง สว. ในการเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ในครั้งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยได้มีการเสนอให้ 1 ใน 5 นั้น ได้ปรับให้เหลือ 1 ใน 4 หรือใช้เสียง สว. ประมาณ 50 เสียง ในการเห็นชอบรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการประนีประนอม กับ สว. ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการอีกครั้ง นอกจากนี้ร่างของพรรคภูมิใจไทยจะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 โดยเขียนไว้อย่างชัดเจน

...

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ สว. ให้เสนอให้เขียนบทเฉพาะกาลให้คุ้มครองอำนาจของ สว. จนกว่าจะครบวาระ 5 ปีต่อไป ในร่างของพรรคภูมิใจไทยได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้หรือไม่ นายนิกร ตอบว่า จะต้องมีการพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามต่อ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกชี้นำโดยพรรคภูมิใจไทย หลังจากพรรคประชาชนเคยกล่าวหาไว้ นายนิกร ระบุว่า เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งแฟร์ที่สุดแล้ว ประชาชนเลือกมาแบบนี้ เราก็ยึดตามหลักการนี้ 

ทางด้านคำถามว่า จำนวนเสียง สส.ของพรรคภูมิใจไทยทั้งสิ้น 192 เสียง และเสียงของ สว. จะทำให้การโหวต สสร. ถูกครอบงำหรือไม่ นายนิกร เผยว่า ไม่สามารถมารวมกันได้ เพราะอยู่คนละสภา ใครจะเชื่ออย่างไรก็เชื่อ เพราะเป็นสัดส่วนของรัฐสภา สว. ก็ของ สว. สส. ก็ของ สส. เป็นไปตามหลักการเสียงข้างมาก 

ในประเด็นคำถาม เห็นอุปสรรคใดในการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า ไม่น่าจะมีเพราะเราพิจารณาให้แฟร์ที่สุดแล้ว และถ้าเดินไปตามนี้จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันการเลือกตั้งในครั้งหน้าอย่างแน่นอน เมื่อพรรคภูมิใจไทยมีการยื่นร่างต่อประธานสภาฯ แล้วการพิจารณาในวาระที่ 1 จะเริ่มต้นในการประชุมสมัยนี้ หรือเดือนมิถุนายน เมื่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิด สสร. เสร็จสิ้นแล้ว และมีการทำประชามติในครั้งที่ 2 หากประชาชนเห็นชอบก็มีผลบังคับใช้ หากมีการยุบสภา สสร. ก็จะมีชีวิตอยู่ ไม่ล้มหายตายจาก.