“สิริพงศ์” เตือนรางรถไฟพื้นที่อันตราย หลังมีคนถูกเฉี่ยวขณะปัสสาวะใกล้ราง แจงแค่ศึกษาทดลองเลี่ยงเข้า กทม.ชั้นใน ยังไม่ใช่ข้อสรุป เคาะเยียวยาผู้เสียชีวิตรถไฟชนรถเมล์ 2.39 ล้าน คนเจ็บ 1 ล้าน


วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีชายถูกรถไฟเฉี่ยวชน บริเวณริมทางรถไฟมักกะสัน ว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ต่างจากครั้งที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้เกิดเหตุบริเวณทางเชื่อมทางหลักของรถไฟ และมีอุปกรณ์ที่กั้นทางรถไฟไว้ ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บล้ำเข้าไปเพื่อไปปัสสาวะจึงทำให้ถูกเฉี่ยวชน ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ซึ่งทางรถไฟไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย แต่เป็นสถานที่อันตราย และเหตุการณ์นี้กับเหตุการณ์ที่แล้วแตกต่างกัน ตรงที่รถไฟเดินทางไปจุดทางเชื่อมต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่เหตุการณ์นี้รถไฟวิ่งด้วยความเร็วปกติในเส้นทางไม่ใช่จุดตัดทางเชื่อม และเหตุที่เกิดขึ้นระยะกระชั้นชิดมาก ไม่สามารถเบรกได้ทัน ซึ่งจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป “ย้ำว่าทางรถไฟไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย ขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง”

ส่วนมาตรการทดลองไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ามาในกรุงเทพฯ ชั้นในเป็นระยะเวลา 3 เดือน มีเสียงสะท้อนจากผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน พรรคประชาชนที่เข้ามาทำงานในเมืองหรือนักเรียนนักศึกษานั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไปทำแผนมาเสนอภายใน 2 เดือน โดยใช้เวลารวม 3 เดือน ในการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่ดำเนินการมาแล้วในอดีต จึงนำข้อท้วงติงต่างๆมาพูดคุยกัน เช่น นำรถของ ขสมก. มาเดินรถขนานกับรถไฟ ปรากฏว่ามีความล่าช้า แต่ให้เปลี่ยนมาขึ้นรถไฟฟ้าก็มีราคาที่ต้องจ่ายสูงขึ้น 

...

ดังนั้น การดำเนินการครั้งนี้เป็นการศึกษาเสนอแนะแนวทางยังไม่มีการทดลองใช้ แต่หากจะทดลองใช้ก็เป็นเพียงระยะสั้น ซึ่งแผนยังไม่ได้นำส่ง เรารับฟังทุกเสียง แต่หลักในการจัดการคมนาคมที่ผ่านมา คือ การนำระบบรางขึ้นลอยฟ้าให้หมด ก็จะเหมือนกับเส้นบางซื่อ ไปจนถึงรังสิต ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าช่วยแก้ไขปัญหาจราจรได้จริง และสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อคือระบบ Missing link ที่ยังทำไม่เสร็จ หากแล้วเสร็จก็จะเป็นระบบลอยฟ้าทั้งหมด ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษาของ รฟท.

เยียวยาผู้เสียชีวิต 2.39 ล้าน - ผู้บาดเจ็บ 1 ล้าน

ต่อมา นายสิริพงศ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ ว่า ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม คือกรณีเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น นายกรัฐมนตรีพูดในที่ประชุมว่าเป็นเรื่องที่สะเทือนใจมาก ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย เนื่องจากแต่ละวันจะมีพยานหลักฐานใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีคำถามจากภาคสังคมเข้ามา จึงสั่งการให้กระทรวงคมนาคมรีบสรุปประเด็นต่างๆ เช่น พนักงานขับรถไฟอยู่ในห้องขับหรือไม่ การที่พนักงานขับรถไฟเสพยาเกิดความบกพร่องส่วนใดบ้าง เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติด ทั้งหมดนี้ขอให้ดำเนินการตรวจสอบให้ครบถ้วน    

ทั้งนี้ ในส่วนของเงินเยียวยาไม่ต้องเข้าที่ประชุม ครม. เพราะเป็นส่วนของกระทรวงคมนาคมที่จะดำเนินการ ซึ่งมีส่วนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และ รฟท. ที่จะนำมาจากกองทุนต่างๆ โดยคดีนี้กรณีผู้เสียชีวิตจะอยู่ที่ประมาณ 2,390,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บวงเงินสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้รายงานนายกรัฐมนตรี ว่า รฟท. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว น่าจะสรุปผลได้ในวันนี้ และนำรายงานได้ไม่เกินวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

ส่วนประเด็นเรื่องใบอนุญาตขับรถไฟ นายสิริพงศ์ เผยว่า ไม่ใช่ว่ากรมรางไม่ออกใบอนุญาต แต่พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง เป็นกฎหมายใหม่ที่ต้องมีการดำเนินการ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา และมีเวลา 120 วัน ซึ่งจะทยอยทำเรื่อยๆ แต่หากเอาเฉพาะกรณีนี้ยังไม่มีการยืนยันตัวเองกับกรมราง และมีบางส่วนที่ทยอยทำ แต่ในทางปฏิบัติบุคคลนี้มีใบขับขี่ของการรถไฟฯ ที่ออกให้

อย่างไรก็ตาม ใบอนุญาตที่ออกจากกรมราง จะไม่ใช้เป็นส่วนในการพิจารณาโทษของกรณีนี้ หมายความว่าความผิดฐานไหนก็ดำเนินการในฐานนั้น แต่เรื่องที่กรมรางยังไม่ออกใบอนุญาต เพราะกฎหมายยังมีเวลาอีก 60 วัน จึงจะไม่นำเรื่องนี้มาร่วมพิจารณาด้วย ส่วนกรณีตรวจพบสารเสพติดของพนักงานขับรถไฟดังกล่าว นายสิริพงศ์ ระบุว่า ที่ผ่านมาอาจจะพูดเรื่องทักษะเป็นหลัก แต่ในอนาคตจะต้องมีการพูดคุยเรื่องสารเสพติดด้วย 

ทางด้านประเด็น สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย บอกว่าอัตรากำลังน้อยจะต้องเพิ่มอัตรากำลังอย่างไรหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ต้องดูเรื่องโครงสร้าง เพราะน่าจะปี 2540 กว่าๆ ที่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การลดขนาดของภาครัฐ มีการกำหนดอัตราเกษียณ และอัตราทดแทน ซึ่งในอดีตอาจมองว่ามีอัตรามากเกินไปต่อภาระหน้าที่ หากดูในข้อเท็จจริงจะมีการตั้งคำถามเยอะแยะ แต่ถ้าดูว่าตรงไหนมีปัญหาหรือขาดอะไร ค่อยไปดูตรงนั้น ซึ่งผู้ว่าการ รฟท. มีการเสนอปรับโครงสร้างเข้ามาแล้ว ส่วนจะปรับปรุงหรือเพิ่มอัตราได้หรือไม่ต้องดูก่อน และต้องคุยกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ด้วย เพราะงบประมาณมีค่อนข้างจำกัด จึงต้องดูว่าจะใช้เป็นอัตรากำลัง อัตราจ้างเหมา หรือลักษณะของการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยซึ่งมีหลายวิธี

นายสิริพงศ์ ยังกล่าวด้วยว่า วันนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ทาสีใหม่แล้วตามจุดตัดทางเชื่อมต่างๆ โดยเฉพาะจุดตัดที่มีความเสี่ยงสูงอย่างจุดเกิดเหตุก็ทาสีเรียบร้อย การเช็กสภาพจราจรก็เรียบร้อยดี พร้อมขยายความถึงกรณีที่ให้คำจำกัดความว่า “รางรถไฟไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย” จากกรณีว่ามีชายคนหนึ่งไปยืนปัสสาวะบนรางรถไฟจนถูกชนบาดเจ็บ ว่า 

“รถไฟยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่รางรถไฟไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่ปวดปัสสาวะแล้วจะสามารถเข้าไปปัสสาวะบนรางรถไฟได้ ไม่ใช่ว่าอยากเดินเล่นก็เข้าไปเดินเล่นบนรางรถไฟ แบบนั้นไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะตรงที่ไม่ใช่ทางเชื่อม ซึ่งเป็นจุดที่รถไฟวิ่งตามปกติ จึงขอฝากประชาชนไว้ด้วย คำที่บอกว่ารางรถไฟไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่าไม่ปลอดภัยกับผู้โดยสาร แต่หมายความว่าไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่จะเข้าไป เหมือนกับการข้ามถนน เพราะถนนก็ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนที่เดินข้ามแบบไม่ระวัง”

สำหรับการประสานงานกับตำรวจจราจรเรื่องการให้สัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่ใกล้กับแยก จะต้องมีการหารือถึงการบริหารจัดการร่วมกันหรือไม่ นายสิริพงศ์ บอกว่า ตอนนี้ตำรวจก็มีความเข้มข้นเรื่องนี้อยู่แล้ว ยอมรับว่าความเข้มข้นอาจลดน้อยลงบ้าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำเป็นปกติคือช่วงที่การจราจรแออัด จะต้องทำให้เข้มข้นเป็นปกติ ล่าสุดทราบว่าบริเวณจุดตัดทางรถไฟหลายจุด รวมถึงบริเวณจุดเกิดเหตุมีการทาสีสัญลักษณ์บนถนนใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจุดตัดที่มีความเสี่ยงสูง

เมื่อถามว่าจะต้องมีการเพิ่มขนาดของไม้กั้นและเสริมความแข็งแรงหรือไม่ นายสิริพงศ์ ระบุว่า ขณะนี้มีการพิจารณาอยู่ รวมทั้งจะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ประกอบ แต่อาจจะยังไม่ใช่ในระยะเวลาอันใกล้ เพราะเป็นขั้นตอนตามระบบราชการ แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือการบริหารจัดการบุคคล ซึ่งระหว่างที่กำลังรองบประมาณ ก็ยังมีสถาบันนวัตกรรมราง ที่ก่อนหน้านี้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เชื่อมโยงกับ AI และสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการเชื่อมโยงกับสัญญาณไฟจราจร ส่วนเรื่องรางรถไฟที่จะต้องเป็นระบบอัตโนมัติ จะเป็นขั้นตอนการดำเนินการระยะกลาง อาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี.