“ศุภมาส” สั่งเรียกบริษัทวอลโว่ ประเทศไทย แจง สคบ. 21 พ.ค. นี้ หลังรถยนต์ไฟฟ้า “Volvo EX30” ไฟไหม้ขณะชาร์จ จี้เรียกคืน 1,668 คันในไทย มอบ “ประเดิมชัย” นั่งหัวโต๊ะ พร้อมฟ้องแพ่งคืนเงิน 45 ราย


วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สั่งการให้เรียกบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและแผนการดำเนินงาน ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ สคบ. ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ไฟฟ้า Volvo รุ่น EX30 ขณะชาร์จไฟอยู่ที่บ้านของผู้บริโภค เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. โดยมอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ร่วมกับ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อปกป้องผู้บริโภคทั้ง 1,668 คันในประเทศไทยที่อยู่ในข่ายต้องเรียกคืนเปลี่ยนแบตเตอรี่

นางสาวพัชรินทร์ กล่าวว่า บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด มีหนังสือแจ้งมาตรการเชิงป้องกันกรณีแบตเตอรี่อาจเกิดความร้อนสูง หากชาร์จเกินร้อยละ 70 ของความจุแบตเตอรี่ พร้อมแจ้งลูกค้าให้ปรับการชาร์จไม่เกินร้อยละ 70 เป็นการชั่วคราว ปัจจุบันบริษัทระงับการจำหน่าย Volvo EX30 ชั่วคราว และมีผู้บริโภคยื่นเรื่องร้องทุกข์ที่ สคบ. แล้ว 45 ราย แต่ผู้บริโภคยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแบตเตอรี่จนเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นจริง สะท้อนว่ามาตรการ “ชาร์จไม่เกินร้อยละ 70” ไม่เพียงพอ นางสาวศุภมาส จึงสั่งการให้ สคบ. ศึกษาข้อเท็จจริงเพื่อยกระดับมาตรการคุ้มครองทันที สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภครถยนต์ไฟฟ้า

...

ทั้งนี้ จากข้อมูลในระบบเรื่องร้องทุกข์ของ สคบ. ตั้งแต่ปี 2551 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พบว่า ผู้บริโภคมีความกังวลใจเรื่องเพลิงไหม้รถยนต์ยี่ห้อต่างๆ โดย สคบ. ได้รับเรื่องร้องทุกข์กรณีรถยนต์ไฟไหม้รวม 7 ราย ยุติเรื่องไปแล้ว 5 ราย ผ่านการเจรจาไกล่เกลี่ย ส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 2 ราย เพื่อเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาดำเนินคดีแทน สะท้อนว่า สคบ. คุมเข้มไฟไหม้ทุกยี่ห้อโดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่กรณี Volvo EX30 เป็นปัญหาเชิงระบบที่กระทบผู้บริโภคถึง 1,668 คัน จึงต้องใช้กลไกกฎหมายระดับสูงกว่าการไกล่เกลี่ยรายบุคคล

นางสาวพัชรินทร์ กล่าวต่อไปว่า การประชุมในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ จะกำหนดให้บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ชี้แจง 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1. แผนการเรียกคืนและเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้ง 1,668 คัน ต้องมีกรอบเวลาชัดเจน 2. มาตรการเยียวยาผู้บริโภคระหว่างรอเปลี่ยนแบตเตอรี่ และ 3. การชี้แจงสาเหตุเพลิงไหม้กรณีล่าสุด 

ส่วนการดำเนินการตามกฎหมาย ได้ใช้อำนาจออกคำสั่งให้บริษัทฯ ทดสอบหรือพิสูจน์สินค้า และรายงานผลภายใน 30 วัน นอกจากนี้ สคบ. ได้นำเรื่องร้องทุกข์เสนอต่อคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องราวร้องทุกข์ฯ และจะได้เสนอต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาดำเนินคดีแพ่งกับบริษัทฯ และตัวแทนจำหน่าย เพื่อบังคับคืนเงินค่ารถยนต์พร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้บริโภค 45 ราย ตามขั้นตอนต่อไป

“รัฐมนตรีศุภมาส กำชับว่าการประชุมในวันพฤหัสบดีนี้คือบททดสอบสำคัญที่บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคไทย ที่จ่ายเงินซื้อรถยนต์ไฟฟ้าราคาหลายล้านบาท แต่ต้องชาร์จได้ไม่เกินร้อยละ 70 และเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ท่านรัฐมนตรีจะไม่ปล่อยให้ผู้บริโภคแบกรับความเสี่ยงเพียงลำพัง หากบริษัทไม่สามารถแสดงแผนที่ชัดเจน สคบ. พร้อมใช้กลไกกฎหมายทุกช่องทาง”

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคที่ใช้รถยนต์ Volvo EX30 หรือรถยนต์ยี่ห้ออื่นที่ประสบปัญหาด้านความปลอดภัย สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดทั่วประเทศ.