“ชัชชาติ” เผยช่วงเวลาความสุข ผ่านไปเร็วมาก พาทัวร์ห้องทำงานใช้เวลาเก็บของถึง 2 เดือน ย้ำชีวิตไม่มีที่สิ้นสุด ต้องเดินหน้าต่อ ปั่นจักรยานออกจากศาลาว่าการกทม. พบกันใหม่วันรับสมัคร 28 พ.ค.นี้
เมื่อเวลา 15.27 น. วันที่ 18 พ.ค. 2569 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ภายหลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เสร็จสิ้นภารกิจสุดท้าย คือ ต้อนรับนักเรียนในโครงการนิติศาสตร์-รัฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย เข้าเยี่ยมคารวะ นายชัชชาติ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ได้สักการะกราบลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการ กทม. โดยเจ้าตัวได้ กล่าวว่า ที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เวลานี้ไม่ได้มีฤกษ์อะไร เพียงแค่ต้องไหว้ก่อน 17.00 น. เพราะหากพ้นตำแหน่งแล้วตนต้องแลกบัตรเข้ามา
เมื่อถามว่าขอพรอะไรบ้าง นายชัชชาติ กล่าวว่าขอว่าให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศชาติ พร้อมย้ำว่าไม่ได้มีการขอพรว่าให้ตนกลับมา เพียงแค่ขอว่าให้สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศชาติ หากเรากลับมาแล้วดีก็ขอ ให้เกิดขึ้น แต่ถ้ากลับมาแล้วเกิดสิ่งไม่ดีก็อย่าให้เกิดขึ้น
แรงบันดาลใจ ประชาชนให้ไปต่อ
นายชัชชาติ ยังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งจนถึงวันนี้มองว่าเร็วมาก “ช่วงเวลาที่มีความสุขจะผ่านไปเร็ว” ส่วน สำหรับแรงบันดาลใจที่จะลงสมัยที่ 2 นายชัชชาติ ระบุว่า แรงบันดาลใจมาจากประชาชน การที่ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นคือแรงบันดาลใจ ถ้าประชาชนพอใจถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้เราไปต่อ สมัยแรกเราแก้ปัญหาเส้นเลือดใหญ่ไปเยอะมากแต่คนอาจจะไม่ค่อยเห็น ทั้งเรื่องอุโมงค์ เรื่องรถไฟฟ้า ก็ถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ทั้งนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำคู่ขนานกันไปกับการแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยด้วย แต่ต้องพยายามเพิ่ม Productivity (ผลิตภาพ) ให้มากขึ้นรวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเมืองให้แข็งแกร่งขึ้น ให้กทม. ยืนหยัดและเป็นเมืองที่สู้กับเมืองต่างๆทั่วโลกได้ ส่วนด้านเศรษฐกิจก็ต้องเข้มแข็งขึ้นเช่นกันเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี
...
ใช้เวลา 2 เดือนเก็บของ
นายชัชชาติ ยังเล่าอีกว่า อีกหนึ่งแรงบันดาลใจการลงสมัครตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 มาจาก “แสนดี ลูกชาย” ที่บอกว่าให้สมัครต่อก่อนหัวเราะ แล้วบอกว่า ต้องเชื่อลูก จากนั้นนายชัชชาติ ได้เดินไปห้องทำงานเพื่อเก็บของที่เหลือโดยบอกว่า “ของในห้องไม่มีอะไรมากเพราะทยอยเก็บออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว โดยใช้เวลา 2 เดือนกว่าจะเก็บหมด ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือและพระที่ได้มาระหว่างทำงาน ก็เก็บมาไว้ในห้องทำงานหมด” และยังมีพระที่เป็นของเดิมในห้องทำงานนี้ ไม่ได้ขยับหรือปรับอะไรเพราะคิดว่ามันดีอยู่แล้ว มายังไงก็เป็นอย่างนั้นไม่เคยปรับฮวงจุ้ยเลย
นายชัชชาติ เปิดเผยความในใจที่นั่งทำงานในห้องนี้ตลอด 4 ปีว่า “ก็ดี แต่วันนี้ว่าต้องเก็บของออกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะมันก็ไม่ใช่ครั้งแรก ตั้งแต่เป็น ผู้บริหารบริษัทเอกชนจนถึงเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ผ่านมา ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันความรู้สึกก็เป็นแบบนี้แหละ พอถึงเวลาไปก็หิ้วกระเป๋ากลับ แต่ตลอดการทำงานในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ค่อยได้นั่งทำงานในห้องนี้ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่อีกห้องที่ได้เจอกับทีมงาน สะดวกต่อการสอบถามข้อมูลและสั่งงาน ส่วนอุปกรณ์ต่างๆได้คืนให้กับราชการไปหมดแล้ว แม้กระทั่งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ต้องซื้อใหม่ และเปลี่ยนถ่ายข้อมูลเข้ามาไว้ในเครื่องส่วนตัว
เริ่มต้นเดินทางครั้งใหม่
ทั้งนี้ในวันนี้มีกำหนดการเดินทางบินไปหาลูกชาย คืนนี้ก็ต้องทำงานต่อ และนี่เพิ่งเป็นการเริ่มต้น ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เป็นการเดินทางครั้งใหม่ พร้อมกล่าวด้วยว่า “ชีวิต ไม่ได้เป็นสินค้าจึงไม่มีวันสิ้นสุด หมดวาระผู้ว่าฯ กทม.ก็ต้องนับ 1 ต่อ ไม่มีวันสิ้นสุด ก็ต้องคิดถึงอนาคตต่อ สุดท้ายก็ต้องทำงาน ทำงาน ทำงาน หลังจากเดินทางไปต่างประเทศ ได้เจอกับลูกชายก็จะใช้เวลาพักผ่อน จะได้มีเวลาไปวิ่งออกกำลังกาย เพราะบ้านเมืองที่นั่นสวย เพราะช่วง 3-4 เดือน เรื่องในประเทศวุ่นวาย พร้อมทิ้งท้ายกับสื่อมวลชนว่า แล้วเจอกันอีกในวันที่ 28 พฤษภาคม ในการรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.
จากนั้นเวลา 16.50 น. ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายชัชชาติ ได้กล่าวอำลาและขอบคุณประชาชน รวมถึงสื่อมวลชน ภายหลังปฏิบัติหน้าที่ครบวาระ 4 ปี โดยระบุว่า การทำงานย่อมมีทั้งวันเริ่มต้นและวันสุดท้าย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการทำงานตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและสนุกกับการทำงาน อีกทั้งเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเชื่อว่าหากทำงานด้วยความหวังและความตั้งใจ เวลาก็จะผ่านไปเร็วเช่นกัน พร้อมหวังว่าสิ่งที่ได้ทำลงไปจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนไม่มากก็น้อย อาจจะไม่ถูกใจทั้งหมด แต่ยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาทำให้ใครเดือดร้อน ต้องการเห็นกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ดีขึ้นและพัฒนามากขึ้น
ภายหลังกล่าวอำลา นายชัชชาติได้ปั่นจักรยาน Bike sharing ออกจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พร้อมนายวิษณุ เพื่อเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น และมีการปรบมือส่งกำลังใจให้กับนายชัชชาติ