“ศศิกานต์” กระทุ้งรัฐแก้ตราบาปคดีสินบนข้ามชาติ ชี้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และโปร่งใส คือหัวใจดึงดูดนักลงทุน แนะอุดช่องโหว่กฎหมายและนิยามของ “หน่วยงานของรัฐ” ต้องก้าวให้ทันเล่ห์เหลี่ยมทุจริต
วันที่ 18 พ.ค. 2569 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึง กรณีภาคเอกชนเข้าหารือกับรัฐบาลเพื่อหาแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยระบุว่า เป็นสัญญาณที่ดีต่อการขับเคลื่อนประเทศ แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ “ความโปร่งใส” ซึ่งถือเป็นหัวใจของการสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและนักลงทุน ยกกรณีคดีสินบนข้ามชาติระหว่างบริษัทโรลส์-รอยซ์กับ ปตท.สผ. ที่ ป.ป.ช. เพิ่งมีมติยกคำร้องและถอนฟ้องทั้งหมด หลังใช้เวลาพิจารณานานกว่า 7 ปี ว่าเป็น “ตลกร้ายระดับโลก” ที่สังคมต้องตั้งคำถาม
นางสาวศศิกานต์ ระบุว่า คดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ถือเป็นคดีคอร์รัปชันข้ามชาติครั้งใหญ่ที่ทุกฝ่ายจับตามอง โดยในระดับสากล บริษัทดังกล่าวได้ยอมรับต่อทางการสหรัฐฯ ว่ามีการจ่ายสินบนให้ฝ่ายไทยเพื่อแลกกับสัญญาโครงการขนาดใหญ่ พร้อมยอมเสียค่าปรับจำนวนมหาศาล ทว่าฝั่งไทยกลับสรุปว่าหลักฐานไม่ชัดเจน และติดข้อจำกัดทางกฎหมาย เนื่องจาก ปตท.สผ. ไม่ถือเป็นรัฐวิสาหกิจ 100% จึงเกิดคำถามสำคัญว่า “ต่างชาติบอกว่ามีคนจ่าย แต่สุดท้ายไทยกลับหาคนรับไม่เจอจริง ๆ หรือ ?“
นางสาวศศิกานต์ ยังระบุว่า แม้ตนจะเคารพกระบวนการยุติธรรมและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่เห็นว่าคดีดังกล่าวสะท้อนความย้อนแย้งระหว่างมาตรฐานสากลกับมาตรฐานไทย ซึ่งอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตานักลงทุน หากประเทศไทยต้องการดึงดูดการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งอุดช่องโหว่ทางกฎหมายและนิยามของ “หน่วยงานของรัฐ” ที่ต้องก้าวให้ทันเล่ห์เหลี่ยมของการทุจริตข้ามชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดพื้นที่สีเทาที่เอื้อต่อการหลบเลี่ยงการตรวจสอบในอนาคต
...
อย่างไรก็ตาม นางสาวศศิกานต์ ระบุว่า เข้าใจว่ารัฐบาลปัจจุบันอาจต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เป็น “ตราบาปในอดีต” แต่หากรัฐบาลจริงจังกับการปราบปรามทุจริต ก็ต้องพิสูจน์ด้วยการสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่สะอาด โปร่งใส และเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเศรษฐกิจ เพราะประเทศที่ดึงดูดการลงทุนได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่ประเทศที่ให้สิทธิประโยชน์มากที่สุด แต่คือประเทศที่ “กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และโปร่งใสที่สุด”