รองโฆษก ปชป. ชี้เหตุรถไฟชนรถเมล์ เพราะระบบความปลอดภัยรูรั่วพรุนเหมือน “ชีสสวิส” รอแต่เมกะโปรเจกต์ จนไม่ได้ทำอะไร ลั่นถ้าไม่คิดแก้ให้เด็ดขาด ก็ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่มีคนต้องสังเวยชีวิต
วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 นายจิรวัฒน์ จังหวัด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงอุบัติเหตุรถไฟสินค้าชนกับรถโดยสารประจำทางที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน ใต้แนวรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 พฤษภาคม ว่า ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บทุกคนปลอดภัยและกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว วันนี้ตนไม่อยากให้สังคมมองว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเพียงแค่ความผิดพลาดเฉพาะหน้าของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะในความเป็นจริง โศกนาฏกรรมทางคมนาคมขนาดใหญ่แบบนี้มักเกิดจากรูรั่วหลายชั้นของระบบความปลอดภัยที่มันบังเอิญเรียงมาตรงกันพอดี หรือที่ในทางสากลเรียกว่าทฤษฎี “Swiss Cheese Model” ซึ่งตามหลักการแล้ว ระบบคมนาคมที่ปลอดภัยต้องมีด่านป้องกันถึง 5 ชั้น ประกอบด้วย
ชั้นที่ 1 กฎจราจร ที่ห้ามรถทุกชนิดหยุดค้างบนราง ซึ่งจุดนี้ก็มีการตีเส้นทแยงเหลืองห้ามหยุดไว้แล้ว เพราะไม่ใช่พื้นที่รอคิว
ชั้นที่ 2 ไม้กั้นและสัญญาณเตือน ที่ต้องสมบูรณ์แบบ จากคลิปเหตุการณ์ได้ปรากฏชัดเจนว่ามีเสียงเตือน
ชั้นที่ 3 ระบบอาณัติสัญญาณรถไฟ หากไม้กั้นไม่ลงหรือทางไม่โล่ง รถไฟไม่ควรได้รับอนุญาตให้ผ่าน
ชั้นที่ 4 การควบคุมจราจร พื้นที่มักกะสันรถแน่นเป็นคอขวด ควรมีกล้องตรวจจับหรือเจ้าหน้าที่คอยสแตนด์บาย
ชั้นที่ 5 การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ด้วยการแยกรถไฟออกจากถนนอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะทุบ สร้างทางยกระดับ หรือทำทางลอด
...
ปัญหาคือวันนี้ระบบบ้านเราพังพินาศ รูรั่วพวกนี้ปล่อยทิ้งขว้างจนคนกรุงเห็นจนชินตา ทั้งรถติดคาทางรถไฟ ไม้กั้นเสีย รถไฟขนสินค้าลากผ่านกลางใจเมือง จนความชินชาเปลี่ยนเป็นความเสี่ยงที่ไม่มีใครคิดจะสะกิดแก้
“จุดตัดมักกะสันตรงนี้ มีทางออกเชิงโครงสร้างที่จะจบปัญหาโคตรคลาสสิกนี้ได้อยู่แล้ว นั่นคือโครงการ Missing Link รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวหมาก-มักกะสัน-พญาไท-บางซื่อ ที่จะช่วยล้างบางจุดตัดระดับดินในเขตเมืองชั้นในให้ราบคาบ แต่ที่โครงการล่าช้าเป็นเต่าคลาน เพราะดันไปผูกติดทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จึงทำให้ความปลอดภัยของชีวิตคนเมืองต้องถูกจับเป็นตัวประกันและผูกโยงไว้กับความล่าช้าของเมกะโปรเจกต์หมื่นล้าน แถมโครงการวงแหวนรถไฟรอบกรุงเทพฯ เช่น ช่วงสุพรรณบุรี-บ้านภาชี ที่จะช่วยเบี่ยงรถไฟสินค้าออกไปนอกเมือง ก็ยังขาดวิ่นไม่สมบูรณ์ รถไฟสินค้าเลยยังต้องมาวิ่งผ่าหัวใจเมืองแบบนี้”
ในช่วงท้าย นายจิรวัฒน์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่มักกะสัน ไม่ใช่แค่เรื่องมานั่งชี้หน้าหาคนผิดชุ่ยๆ แต่เราต้องตั้งคำถามขยี้ไปที่ต้นตอว่า ปัญหาที่แหกปากพูดกันมา 20 ปี ทำไมถึงยังไม่แก้ มัวแต่รอ ผูกโครงการรวมกันมั่วซั่ว พอโครงการหนึ่งล่ม ทุกอย่างก็ล่มปากอ่าวพังครืนไปหมด ตนจึงขอเสนอ 3 แนวทางด่วนที่สุดคือ
1. อุดรูรั่วระยะสั้น ผูกสัญญาณไฟจราจรกับระบบรถไฟ (Interlocking) เพื่อระบายรถยนต์ออกจากรางให้เกลี้ยงก่อนรถไฟมา
2. เร่งคลอด Missing Link สายสีแดง แยกงานความปลอดภัยออกมาทำก่อน อย่าไปรอรถไฟ 3 สนามบิน
3. ลุยวงแหวนรถไฟรอบกรุง ดันรถไฟสินค้าออกไปนอกเมืองเสียที
“ถ้าไม่คิดจะแก้ให้เด็ดขาด วันนี้ก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่มีคนต้องสังเวยชีวิต ถ้าโครงสร้างรัฐยังพึ่งไม่ได้ ความปลอดภัยต้องเริ่มตระหนักจากตัวเองก่อน อย่างน้อยคนที่จะปลอดภัยก็คือตัวเราเอง”