“ไทยช่วยไทย”ครั้งที่ 3 นายกฯ ส่งรถพุ่มพวงบุก 878 อำเภอทั่วประเทศ บรรเทาทุกข์ลดค่าครองชีพรากหญ้า


วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้บูรณาการร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ผู้ประกอบการท้องถิ่น และเครือข่ายรถพุ่มพวง จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดเป็นครั้งที่ 3 พร้อมกันทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ครบทั้ง 878 อำเภอ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าจำเป็นให้แก่พี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง

สำหรับการดำเนินกิจกรรมในครั้งที่ 3 นี้ ได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนอย่างท่วมท้น โดยมีผู้เข้าร่วมจับจ่ายซื้อสินค้ากว่า 200,000 คน สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากเฉพาะรอบนี้ได้กว่า 26 ล้านบาท และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ทันทีรวบยอดกว่า 5.77 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมผลการดำเนินงานตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 3 พบว่าโครงการนี้สามารถกระตุ้นปริมาณการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนไปแล้วรวมกว่า 86.96 ล้านบาท และเซฟเงินในกระเป๋าของประชาชนไปได้แล้วรวมกว่า 19.44 ล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน กลุ่มเอสเอ็มอี และสินค้าโอทอป ควบคู่กับการช่วยประชาชนลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม

ทางด้านสถิติการจัดงานพบว่า จังหวัดที่มียอดการใช้จ่ายสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ ชลบุรี เชียงใหม่ สระบุรี และอ่างทอง ขณะที่อำเภอที่มียอดใช้จ่ายสูงที่สุด ได้แก่ อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี, อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี, อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี, อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี และอำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ส่วนกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร ไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม และข้าวสาร ขณะที่สินค้าโอทอปยอดนิยมคือกลุ่มอาหาร ของใช้ ผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องดื่ม และสมุนไพร ส่วนสินค้าชุมชนอื่น ๆ ที่ขายดี ได้แก่ อาหารสด ขนมและเบเกอรี่ เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และอาหารแปรรูป

...

นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลปากท้องของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดึงเอาเครือข่ายรถพุ่มพวงและช่องทางจำหน่ายสินค้าในระดับชุมชนมาเป็นกลไกหลัก เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้สะดวกรวดเร็วขึ้นในราคาที่เป็นธรรม ทั้งยังเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ โดยหลังจากนี้รัฐบาลจะยังคงเดินหน้ามาตรการลดค่าครองชีพ ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อหนุนให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป