“ภราดร” ยันรัฐบาลจริงใจแก้ รธน. เผย เตรียมชงร่างใหม่เปิดทาง สสร. อังคารหน้า สวนค่ายส้มต้องรู้จักอะลุ่มอล่วย อย่าเอาแต่ใจ
วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา ยืนยันเจตจำนงของรัฐบาลในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับใหม่ตามเสียงประชามติของประชาชน 21.6 ล้านเสียง โดยระบุว่าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมเสนอ ร่างแก้ไขมาตรา 256 เพื่อจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งจะมีการประชุมพรรคในวันอังคารหน้าเพื่อขอมติและยื่นต่อประธานรัฐสภาทันที
นายภราดร ชี้แจงเหตุผลที่รัฐบาลไม่ยืนยันร่างเดิมที่ค้างมาจากสภาชุดที่แล้วว่า รัฐบาลเห็นควรให้รัฐสภาเป็นผู้เริ่มต้นกระบวนการแก้ไขใหม่ เนื่องจากร่างเดิมมีความขัดแย้งสูง โดยเฉพาะประเด็นอำนาจ สว. 1 ใน 3 ซึ่งทำให้เกิดทางตัน การให้สมาชิกรัฐสภาชุดใหม่ใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าชื่อ 1 ใน 5 เพื่อเสนอแก้ไขตามเจตจำนงปัจจุบันจึงเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่า
ขณะที่นายพริษฐ์ วชิรสินธุ สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งคำถามถึงความจริงใจของ ครม. และจับตาว่าร่างของพรรคภูมิใจไทยจะแก้ปัญหาเสียง สว. อย่างไร ซึ่งนายภราดรได้ลุกขึ้นโต้ตอบว่า การทำงานการเมืองเพื่อให้ประสบความสำเร็จต้องรู้จักการเจรจาและอะลุ่มอล่วย การจะขอความร่วมมือจากเพื่อน เราตัดมือเขาทิ้งไม่ได้ มันต้องอะลุ่มอล่วยกัน เจรจา พูดคุย ไม่เช่นนั้นท่านทำอะไรไม่มีทางสำเร็จ ถ้าเอาเจตจำนงของตัวเองเป็นที่ตั้งโดยไม่ฟังเพื่อนคนอื่นเลย
นายภราดร ยกตัวอย่างร่างของพรรคภูมิใจไทยว่า แม้จะไม่ให้ สว. มีอำนาจ 1 ใน 3 ตามที่เขาต้องการ แต่ยังเสนอให้คงอำนาจไว้ที่ 1 ใน 5 ในวาระที่ 3 เพื่อเป็นการพบกันครึ่งทางและจูงใจให้เกิดความร่วมมือในการโหวต
...
หลังเสร็จสิ้นการอภิปราย นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ได้สั่งให้มีการลงมติ โดยที่ประชุมมีมติ “เห็นชอบ” ให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. จำนวน 34 ฉบับที่คณะรัฐมนตรีเสนอมา (แบ่งเป็นร่าง ครม. 21 ฉบับ, ร่าง สส. 12 ฉบับ และร่างภาคประชาชน 1 ฉบับ) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 วรรคสอง ต่อไป ก่อนจะสั่งปิดประชุมในเวลาต่อมา