กกต. ส่งสัญญาณเตือนผู้สมัคร กทม.-พัทยา เช็กคุณสมบัติต้องห้ามให้ชัวร์ ชี้รู้อยู่แล้วยังฝืนลงสมัคร เสี่ยงคุกสูงสุด 10 ปีแถมตัดสิทธิยาว


วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่จังหวัดชลบุรี ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าและข้อควรระวังในการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา โดยเน้นย้ำให้ผู้ที่สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามอย่างละเอียด เพื่อป้องกันโทษทางอาญาที่รุนแรงโดย กกต.มีมติเห็นชอบให้จัดการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ซึ่งถือเป็นวันที่ 38 ภายในกรอบระยะเวลา 45 วัน 

สำหรับรายละเอียดการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น เมืองพัทยาวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 จะเป็นวันทำงานสุดท้ายของสมาชิกสภาและนายกเมืองพัทยา โดยจะมีปลัดเมืองพัทยาทำหน้าที่รักษาการ ส่วนกรุงเทพมหานคร ตามระเบียบบริหารราชการ กทม. ปี 2528 กำหนดให้ผู้ว่าฯ ที่ครบวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีผู้แทนใหม่ แต่หาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัย “ต้องลาออกก่อนครบวาระ” มิเช่นนั้นจะติดลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น (13) ทันที

ผู้ที่จะลงสมัครต้องตรวจสอบลักษณะต้องห้ามรวมทั้งสิ้น 20 ประการ รวมถึงต้องเตรียมหลักฐานสำคัญคือ หลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาติดต่อกัน 3 ปี จนถึงปีที่สมัคร หากผู้ใดรู้ตัวว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามแต่ยังฝืนลงสมัคร กฎหมายกำหนดบทลงโทษไว้สูงสุด 10 ปี ปรับ 20,000 - 200,000 บาท ศาลอาจสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี กกต. จึงขอให้ผู้สมัครทุกท่านเตรียมความพร้อมและศึกษากฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะถึงนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและโปร่งใสตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

...