“ปกรณ์” เผย ถก “กกร.” เห็นพ้องปราบทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ ชี้สอดรับนโยบายรัฐบาล พร้อมผลักดันเป็น Open Government มองเปิดชื่อหน่วยงานทุจริตไม่ใช่เรื่องต้องโต้แย้ง หากจริงก็ปรับปรุง
วันที่ 15 พ.ค. 2569 เมื่อเวลา 14.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการประชุมหารือร่วมกับคณะทำงาน Zero corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน ว่าแนวทางที่ กกร.เสนอตรงกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการปราบปรามทุจริตอยู่แล้ว ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน ซึ่งทาง กกร.เสนอให้เป็นวาระแห่งชาติ ในการผลักดันเรื่องนี้ และอีกประเด็นที่ตรงกับนโยบายของรัฐบาล คือ เรื่องการปรับปรุงแก้ไข กฎหมายลำดับรองซึ่งกำหนดขั้นตอนรายละเอียด การดำเนินการต่าง ๆ ไว้ และใช้ดุลยพินิจได้มาก โดยให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการที่จะเป็น Open Government เป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด ถ้าเป็นดิจิทัลก็จะโปร่งใสตรวจสอบได้ ซึ่งจะสอดคล้องกับข้อเสนอของ กกร.
ขณะเดียวกัน กกร.จะเสนออีก คือ ให้มีหน่วยงานนำร่อง 4 หน่วยงาน เพื่อให้เป็นหน่วยงานโปร่งใสต้นแบบ และขยายไปที่อื่น ๆ อีกประเด็นที่มีการพูดคุยกัน คือ เรื่องการพัฒนาปฏิรูปกฎหมาย ให้ทันสมัย ใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งจะพยายามช่วยกันทำ เบื้องต้นขอให้ กกร.ไปประชุมพิจารณากันว่ากฎหมายลำดับรองอะไรบ้าง กฎกระทรวง ระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ จะได้มีการปรับปรุงแก้ไข ให้เสนอมาว่ามีเรื่องอะไรบ้าง จะปรับปรุงแก้ไขอะไรอย่างไร ให้เสนอมาที่รัฐบาล แล้วรัฐบาลจะนำไปดำเนินการต่อ
ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยรายชื่อหน่วยงานที่มีการทุจริต นายปกรณ์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เป็นการไปทำวิจัยมาว่ามีหน่วยงานไหนบ้าง ก็เป็นผลการวิจัย จาก 2 ถึง 3 สำนัก นำมารวมกัน ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ก็เข้าใจกันดีว่า ไม่ต้องโต้แย้งอะไรกัน เพียงแต่ถ้ารู้ว่าตรงไหนที่มีข่าว ก็ไปไล่ดูว่าจริงหรือไม่ หากจริงก็ปรับปรุงแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรก็จัดการกับคนไม่ดีเสีย ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปโต้แย้งอะไรกัน ส่วนต้องตรวจสอบหน่วยงานเหล่านั้นหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงรับไปดำเนินการ เพราะมีความห่วงใยมาอย่างนี้ ก็คงปล่อยไว้ไม่ได้
...