“ภราดร” แง้ม 19 พ.ค. นี้ ภูมิใจไทยยกร่างรัฐธรรมนูญ เตรียมนำเข้าวงประชุมพรรค หากที่ประชุมเห็นด้วยก็จะลงชื่อ สส. 192 คน เสนอชื่อแก้ไขเพียงพรรคเดียว เผย รัฐบาลอยากฟังความเห็น CEO แก้วิกฤติ


เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณีฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับเสียงประชามติประชาชน 21 ล้านเสียง ที่ให้เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภาชุดที่ผ่านมา ว่า ตนเคยแสดงความเห็นไปแล้ว มุมของรัฐบาลที่ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภา เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาฯ ที่ผ่านมาเป็นเหตุนำไปสู่การยุบสภาฯ สมัยที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับการตัดอำนาจสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 1 ใน 3 ในการให้ความเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

หากรัฐบาลยืนยันกลับไปก็คาดเดาว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสภาฯ คงไม่ต่างกับเหตุการณ์ก่อนยุบสภาฯ และเชื่อว่าวาระ 3 ก็คงไม่สามารถโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ส่งผลให้เสียเวลา เนื่องจากจะไม่สามารถเสนอญัตติที่มีลักษณะเหมือนกันในสมัยประชุมเดียวกันได้ และทำให้เจตนารมณ์ของผู้ออกไปทำประชามติเสียไป และเมื่อมีสภาฯ ชุดใหม่ จึงเป็นเหตุอันชอบธรรมที่ สส. และพรรคการเมืองจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ 

ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมพรรคในวันที่ 19 พฤษภาคม โดยขณะนี้ได้ร่างไว้แล้ว หากที่ประชุมพรรคเห็นด้วยก็จะลงชื่อ สส. จำนวน 192 คน เสนอชื่อแก้ไขเพียงพรรคเดียวเนื่องจากเสียงเพียงพอในเงื่อนไขยื่นแก้ 1 ใน 5 ของสภาฯ ซึ่งเนื้อหาหลักๆ ที่ร่างไว้นั้นคือจะไม่นำปัญหาในร่างที่ผ่านมามาเขียนไว้ในร่างใหม่เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันและเดินไปได้ และกำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการคัดเลือกโดยกลไกรัฐสภาโดยให้ผู้สนใจสมัครเข้ามา 

...

นอกจากนี้ นายภราดร ยังให้สัมภาษณ์หลังหารือกับนายกรัฐมนตรี บนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเตรียมความพร้อมกับเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาล” ที่จะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ (15 พฤษภาคม) ว่ารัฐบาลมีแนวทางที่จะเชิญบริษัทขนาดใหญ่มาพูดคุยสถานการณ์ภัยสงครามที่เกิดขึ้น ว่าส่งผลกระทบแบบไหนในซัพพลายเชน และส่งผลกระทบแบบไหนในรูปธุรกิจวงกว้าง เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นรับฟังกัน ถือเป็นมิติใหม่ที่รัฐบาลเปิดทำเนียบรัฐบาลให้ผู้ประกอบการได้มาแสดงความคิดเห็น 

ส่วนความคาดหวังนั้น รัฐบาลอยากจะฟังผู้ประกอบการ จริงๆ อยากฟังทุกกลุ่ม วันก่อนทำเนียบรัฐบาล เปิดรับฟังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และวันนี้เป็นบริษัทผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และในอนาคตอาจมีผู้ประกอบการรายย่อย SME และกลุ่มอื่นๆ ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ให้กับทุกกลุ่มในสังคมได้มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็นในมุมมองของตน เพื่อรัฐบาลจะได้นำไปปรับใช้ กำหนดเป็นแนวทาง และนโยบาย.