“หมอวรงค์” พรรคไทยภักดี ตั้งคำถาม 4 โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ประชาชนหรือนายทุนได้ประโยชน์  ชี้ไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วน หวั่นอ้างพลังงานสะอาดเอื้อกลุ่มทุน 


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พรรคไทยภักดี แถลงข่าวกรณีพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้าน ของรัฐบาลชุดนี้เป็นการใช้เงินสองก้อน เงินก้อนแรก 200,000 ล้านบาท คือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร และผู้ประกอบการ ที่สำคัญคือก้อนที่สอง ที่นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนอีก 200,000 ล้านบาท ขอย้ำว่าไม่ติดใจในส่วนของเงินก้อนแรกที่ใช้สำหรับช่วยเหลือประชาชน 

แต่จะติดตามว่าหลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งสิ่งที่ตั้งข้อสังเกตและมีความตกใจเป็นอย่างยิ่งคือ เงินก้อนที่สอง ตามการแถลงของรัฐบาลว่าโครงการกู้เงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานนั้น มีแผนงานโครงการเพียง 4 แผนงานเท่านั้น คือ 1. ติดตั้งโครงการ Solar Rooftop ให้กับหน่วยงานราชการ 2. เปลี่ยนรถที่ใช้ในหน่วยงานราชการเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 3. ติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้าให้กับหน่วยต่าง ๆ ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) 4. การพัฒนาทักษะประชาชนและนวัตกรรมเพื่อรองรับเศรษฐกิจใหม่ 

จึงขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลและหน่วยงานราชการว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร นอกจากการพัฒนาทักษะ ซึ่งพิจารณาแล้วไม่พบความจำเป็นเร่งด่วนเลย พันธะสัญญาที่รัฐบาลไทยได้ทำกับประชาคมโลกในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) จะเกิดขึ้นในอีก 24 ปีข้างหน้า เหตุใดจึงต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยภายในระยะเวลาหนึ่งปี จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าโครงการกู้เงินเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่นายทุนหรือไม่ และยังหาผลประโยชน์ของประชาชนไม่ได้ยกเว้นให้ประชาชนมาตามใช้หนี้เท่านั้น รัฐบาลต้องเสนอแผนงานทั้งหมดอย่างละเอียดให้สาธารณชนได้รับทราบ ซึ่งโครงการในปัจจุบันไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการเร่งกู้เงินด้วย พ.ร.ก. เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ และพี่น้องประชาชน 

...

รัฐบาลกำลังถูกครอบงำโดยนายทุนกลุ่มหนึ่งทำให้กรอบแนวคิดเป็นเรื่องพลังงานสะอาดเป็นไปในทางแนวทางเกี่ยวกับโซลาร์เท่านั้น ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้วันละ 5 ชั่วโมงเท่านั้น และอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม สามารถใช้พลังงานทดแทนจากพืชพลังงานและก๊าซชีวภาพได้โดยไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และถือเป็นจุดแข็งมากที่สุดของประเทศไทย ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ หากรัฐบาลเปิดโอกาสให้พืชพลังงานและก๊าซชีวภาพมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ จะสามารถนำประเทศไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนได้อย่างยั่งยืน