“ณัฐพงษ์” รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ให้คำมั่นจะทำหน้าที่ด้วยสำนึกความเป็นผู้แทนราษฎร ลั่น สรรหาองค์กรอิสระ ให้ปราศจากการครอบงำ-แทรกแซง เร่งเดินหน้า แก้รัฐธรรมนูญ
วันที่ 14 พ.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลำดับที่ 12
โดยเมื่อถึงกำหนดพิธี เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เชิญพระบรมราชโองการ พร้อมอ่านว่า สมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า
ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้เข้าบริหารประเทศ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9-10 เม.ย. 2569 โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด และสมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 106 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
จากนั้น นายณัฐพงษ์ ได้ถวายบังคมต่อพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอันเสร็จ
ให้คำมั่นจะทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน เร่งเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ
...
ต่อมานายณัฐพงษ์ แถลงภายหลังรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ว่า ขอบคุณเพื่อนสมาชิก ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สภาทุกคน รวมถึงสื่อมวลชนทุกท่านที่มาร่วมในงานพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ในวันนี้ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ขอให้คำมั่นสัญญากับพ่อแม่พี่น้องประชาชน และสื่อมวลชน ว่า จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้ด้วยสำนึกความเป็นผู้แทนราษฎร ความเป็นตัวแทนของประชาชนในการให้ข้อเสนอแนะ และตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารอย่างตรงไปตรงมา โดยยึดถือผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นตัวตั้ง ตลอดจนการทำหน้าที่ในคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระต่าง ๆ ให้ปราศจากการถูกครอบงำ และแทรกแซงจากกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยตนจะเร่งแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน โดยเร็วที่สุด เพื่อให้องค์ประกอบของรัฐสภา มีความครบถ้วนสมบูรณ์
สุดท้ายนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย และรัฐสภา ในฐานะองค์กร ที่เป็นศูนย์รวมอำนาจสูงสุดในประเทศนี้ จะเร่งเดินหน้ากระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามเจตนารมย์ของประชาชน ที่ได้ลงประชามติไว้ในวันที่ 8 ก.พ. 2569
เมื่อถามว่า จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาเมื่อไหร่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้โดยเร็วที่สุด คือการแสดงความจริงใจจากฝั่งรัฐบาล แต่ในส่วนของกฎหมายที่เลยกำหนด 60 วันมาแล้ว เป็นสิ่งที่สมาชิกรัฐสภา, สภาผู้แทนราษฎรโดยพรรคประชาชน หรือพรรคอื่นจะริเริ่มกระบวนการในส่วนนี้ด้วย ยืนยันว่าพวกเราจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด พร้อมย้ำว่า จะทำโดยเร็วที่สุด และหากมีการแต่งตั้งวิปฝ่ายค้าน คงได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการจะเร่งกระบวนการและยื่นเข้าสู่สภาโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามว่า ในวันที่ 15 พ.ค. นี้ พรรคประชาชนจะใช้โอกาสนี้ในการอภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มี และในวันที่ 15 พ.ค. จะมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่รัฐบาลยังไม่ได้ส่งคืนกลับมา และคงจะใช้เป็นเวทีที่เราจะได้ทวงถามรัฐบาลว่า กฎหมายอีกหลายฉบับที่เป็นประโยชน์ เหตุใดรัฐบาลถึงตีตก ไม่นำกลับมาพิจารณาต่อ หลังจากที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้ว
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนจะต้องไปปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยเฉพาะสูตรของกรรมการยกร่าง และความไม่ชัดเจนในการแก้ไขหมวดหนึ่ง และหมวดสองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คงมีการหารือกันอยู่แล้ว แต่รายละเอียดขอให้เป็นโอกาสต่อไป.