“นายกฯ หนู” ฉะ “มันน่าทุเรศ” ปล่อยมาเฟียฮุบหาดฟรีดอม เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่รู้เรื่อง สั่งใช้กฎหมายเด็ดขาดทวงคืนพื้นที่สาธารณะ ย้ำคำสั่งปราบผู้มีอิทธิพลมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจราชการที่หาดฟรีดอม ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ถึงกรณีกลุ่มผู้มีอิทธิพลพยายามยึดครองพื้นที่และขับไล่ประชาชน โดยระบุว่า หากรัฐบาลไม่เร่งเข้ามาจัดการ พื้นที่ดังกล่าวอาจถูกเปลี่ยนเป็นรีสอร์ตหรือโรงแรมส่วนตัว พร้อมประณามการใช้เอกสารสิทธิปลอมหลอกลวงประชาชนว่า “เอา ส.ค. มาขายให้ชาวบ้าน ซึ่ง ส.ค. คือโสโครก สวมสิทธิในเอกสาร เป็นเอกสารปลอม”
นายอนุทิน เน้นย้ำว่า พื้นที่ชายหาดถือเป็นสมบัติของชาติที่ต้องเปิดกว้างให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่สามารถยึดเป็นของส่วนตัวได้ พร้อมแสดงความโกรธเคืองต่อพฤติกรรมดังกล่าวโดยระบุว่า “มันน่าทุเรศ” โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐอาจมีส่วนรู้เห็นและให้ความร่วมมือกับกลุ่มนายทุน เนื่องจากมีการก่อสร้างบันไดคอนกรีตกว่า 300 ขั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่ทราบเรื่อง และในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.กอ.รมน.) จะสนธิกำลังปราบปรามอย่างเต็มที่เพื่อหยุดยั้งการกระทำผิดและคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน
...
ส่วนกรณีของ “เสี่ยเล็ก” ผู้ต้องหาที่ชิงเข้ามอบตัวไปก่อนหน้านี้ นายอนุทิน กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ไม่เป็นไร ก็ไม่อยากเจออยู่แล้ว เจอทำไมล่ะ ซวยตาย ไม่เอา” พร้อมยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด สั่งการให้ผู้บุกรุกถอนตัวออกจากพื้นที่ทันที รัฐบาลจะใช้อำนาจตามกฎหมายเข้ารื้อถอนและยึดพื้นที่คืนโดยไม่ต้องรอ พร้อมให้ความมั่นใจว่าเมื่อยึดพื้นที่คืนมาได้แล้วจะไม่มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลรายใดกล้าเข้ามากรรโชกทรัพย์อีก ทั้งนี้ ระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายอนุทิน ยังพูดหยอกล้อโดยชี้ไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมกล่าวว่า “นี่ไงมาเฟีย น่ากลัวที่สุดในภูเก็ตแล้ว”
ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่ไม่ได้ลงพื้นที่หาดฟรีดอม พร้อมกับหาดบางเทา ก่อนหน้านี้ เนื่องจากติดภารกิจเร่งด่วนที่จังหวัดระนอง แต่ยืนยันว่าคำสั่งปราบปรามผู้มีอิทธิพลเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่เดือดร้อน สำหรับความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาเนื่องจากเป็นผู้มีอิทธิพลที่อาจข่มขู่พยาน ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่ต้องการให้รับโทษหนัก พร้อมเตรียมขยายผลกวาดล้างมาเฟียในพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง.