“อนุชา บูรพชัยศรี” เต็งชิงผู้ว่าฯ กทม. ประชาธิปัตย์ โผล่ร่วมงาน เผยลาออกภูมิใจไทยแล้ว “พิเชษฐ์” อดีตเลขาฯ “ผู้ว่าฯ อภิรักษ์” ร่วมแจมงาน AI ด้าน “อภิสิทธิ์” ขอให้รอเปิดตัวแคนดิเดต 16 พ.ค.นี้


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน “AI Demo Day: Bangkok Builders Edition” ที่โกดังโรงงานยาสูบ 5 กรุงเทพฯ โดยมีคนแวดวง AI ทั้งไทยและต่างประเทศมาร่วมโดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดงาน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ในงานดังกล่าว มีนายอนุชา บูรพชัยศรี อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เดินทางมาร่วมงานนี้ด้วย โดยมาพร้อมกับ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลพื้นที่ กทม. จากนั้นได้ร่วมพูดคุยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค

นายอนุชา เปิดเผยว่า ในฐานะอดีต สส.คลองเตย งานจัดในพื้นที่จึงเข้ามาดูงานนี้ และตนได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพรรคภูมิใจไทยได้รับทราบกระบวนการลาออกครบถ้วนแล้ว เมื่อถามย้ำ แสดงว่าจะกลับมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์เลยใช่หรือไม่ นายอนุชา ตอบว่า ตนมาดูงาน แต่อนาคตอาจจะมาร่วมงานกับพรรค

...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานยังพบบุคคลที่คาดว่าเป็นตัวเต็งผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์คือ ดร.พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา อดีตเลขานุการของ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ LINE Thailand เดิมเคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย และผู้บริหาร Google ประเทศไทย โดย ดร.พิเชษฐ์ (เสื้อสีฟ้า) กล่าวสั้นๆ ว่า วันนี้มาร่วมงานในฐานะที่เป็นคนแวดวงไอที

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวทีเล่นทีจริงว่าขอให้รอวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ที่พรรคจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรค เมื่อถามย้ำว่าใช่ ดร.พิเชษฐ์ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธ ย้ำว่าขอให้รอวันที่ 16 พฤษภาคม


ต่อยอดผลักดดันกรุงเทพฯ สู่ฮับ AI โลก

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงานนี้ว่า นโยบายนี้เป็นการต่อยอดความตั้งใจของพรรคที่ต้องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เท่าทันโลก ปัจจุบันคนไทยใช้เทคโนโลยีสูงมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้า ซึ่งหากไทยยังหยุดนิ่งจะเป็นเพียงผู้ใช้และตกขบวนเศรษฐกิจอนาคต การจัดงานครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ามีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากที่พร้อมจะเป็น “Builder” หรือผู้สร้าง AI ในไทย หากภาครัฐสามารถบริหารจัดการพื้นที่ที่มีศักยภาพ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ให้กลายเป็นชุมชนของคนมีความรู้ความสามารถ (Talent Community) จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากศิลปวัฒนธรรมแล้วความน่าอยู่ของกรุงเทพฯ คือต้นทุนสำคัญที่ทั่วโลกยอมรับ “Soft Power” 

ที่สำคัญที่สุดอันหนึ่งคือ ความน่าอยู่ หรือความที่คนทั่วโลกอยากมาอยู่ที่นี่ แต่เรายังไม่ใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์เท่าที่ควรในการดึงคนเก่งมาทำงานที่เมืองไทย ยืนยันว่าพรรคพร้อมสนับสนุนทุกภาคส่วน รวมถึงผู้บริหาร กทม. ไม่ว่าจะเป็นชุดปัจจุบัน หรือชุดถัดไป ให้ร่วมกันผลักดันให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมเช่นนี้ ทั้งนี้ ผู้สมัครผู้ว่า กทม.ของพรรคต้องเป็นคนที่มีความเข้าใจลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ใช้เทคโนโลยีเป็น แต่ต้องมองเห็นศักยภาพในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาทั้งเมืองและเศรษฐกิจไปพร้อมกัน

ลั่น สู้ได้หรือไม่อยู่ที่คนเลือก ขอทำเต็มที่

เมื่อถามว่าผู้สมัครรายดังกล่าวร่วมอยู่ในงานนี้ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบด้วยรอยยิ้มว่า “น่าจะอยู่ครับ” และขอให้รอติดตามการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ เพื่อให้เจ้าตัวได้แสดงวิสัยทัศน์ด้วยตนเอง ส่วนจะสู้ได้หรือไม่ได้ ก็อยู่ที่คนเลือก แต่เราทำเต็มที่ในการนำเสนอสิ่งที่คิดว่าจะช่วยทำให้กรุงเทพมหานครดีขึ้น สิ่งที่พรรคพยายามนำเสนอคือเราต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและประเทศจริงๆ โดยมีกรุงเทพฯ เป็นบทบาทสำคัญ ส่วนนิยามของคนรุ่นใหม่ ส่วนตัวเห็นว่าวัดกันด้วยทัศนคติและการเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก