“พริษฐ์” ฉะรัฐบาล “หนีสภา พลัส” 2 เด้ง ย้ำซุกเงิน 2 ก้อนใน พ.ร.ก.เดียว พุ่งเป้า 2 แสนล้านโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จ่อตั้ง กมธ.วิสามัญสอบใช้เงิน จองกฐินล่วงหน้า ยื่นแน่เปิดซักฟอกรัฐบาล 


เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เยียวยาผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง ว่า คำร้องเราเขียนไว้ชัดเจน รัดกุม พุ่งเป้าไปที่เงินก้อน 200,000 ล้านบาทหลัง ที่รัฐบาลอ้างใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 

สิ่งที่พรรคประชาชนกังวลใจคือ การดำเนินการของรัฐบาลไม่ตรงไปตรงมา หลีกหนีการตรวจสอบของสภาฯ ตนใช้คำว่าอาจเข้าข่ายปรากฏการณ์ “หนีสภา พลัส” คือ หนีที่ 1 คือ ความจงใจของรัฐบาลในการนำเงิน 2 ก้อน มัดรวมไว้ใน พ.ร.ก.ฉบับเดียว เป็นการบีบให้ฝ่ายค้านต้องแสดงความเห็นกับเงินทั้ง 2 ก้อนในคราวเดียวกัน  ซึ่งในคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เราได้แยกเงิน 2 ก้อนอย่างชัดเจน และมองว่าเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการรวมเงิน 2 ก้อนอยู่ใน พ.ร.ก.ฉบับเดียว ชัดเจนว่าเป็นการฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อเอาเงินเยียวยาของประชาชนมาเป็นตัวประกัน และสอดไส้โครงการด้านพลังงาน หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภา เพราะเลี่ยงใช้ พ.ร.ก.

นายพริษฐ์ กล่าวต่อไป ตนขอตั้งคำถามกลับไปว่า หากสิ่งที่ตนพูดไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่ได้พยายามจะเอาเงินเยียวยาของประชาชนมาเป็นตัวประกันหรือสอดไส้โครงการพลังงานเข้ามา คำถามคือทำไมต้องรวมเงิน 2 ก้อนอยู่ในฉบับเดียว ทำไมไม่เอาเงิน 200,000 ล้านบาทหลัง มารวมเข้ากับงบประมาณปกติ หากจะอ้างว่า ไม่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปกติได้ ก็แยกออกมาเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินกู้อีกฉบับก็ได้  แต่การเอามารวมกัน มันชัดเจนว่าหนีสภาชั้นที่หนึ่งด้วยการยัดไส้ 

...

ส่วนหนีที่ 2 ต้องให้ความเป็นธรรมเพราะยังไม่เกิดขึ้น แต่เรามีความกังวลใจ โดยในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาชนจะยื่นญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก.เงินกู้นี้ แม้ว่าจะยื่นเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ พ.ร.ก.เงินกู้ ก็บังคับใช้ได้แล้ว และรัฐบาลยืนยันจะเดินหน้าใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ เมื่อการใช้เงินกำลังจะเกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ดีที่สภาจะสามารถมีกรรมาธิการวิสามัญมาตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้เงินนี้ เหมือน พ.ร.ก.เงินกู้ช่วงโควิด-19 ที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ดังนั้น การยื่นศาลรัฐธรรมนูญอาจทำให้วาระการลงมติอนุมัติ พ.ร.ก.เงินกู้ ชะลอออกไป แต่เมื่อการใช้เงินเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่มีเหตุใดที่สภาฯ จะไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อตรวจสอบการใช้เงิน หวังว่า สส.รัฐบาล จะให้ความร่วมมือ โดยไม่ใช้เสียงข้างมากปิดกั้นการตรวจสอบ

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ระบุว่ายินดี หากมีการยื่นญัตติ ฝ่ายค้านพร้อมยื่นวันที่ 13 พฤษภาคมหรือไม่ นายพริษฐ์ ตอบว่า ญัตติพร้อมอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลพร้อมเราสามารถยื่นด้วยวาจาได้ ถ้า สส.รัฐบาล-วิปรัฐบาลยินดี ก็สามารถตั้งได้เลยในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ซึ่งกลไกการยับยั้งของฝ่ายค้าน เรามีอยู่แล้ว ทั้งเรื่องการตรวจสอบงบประมาณในช่วงเดือนกรกฎาคม แต่วันนี้เราพุ่งเป้าที่การตรวจสอบ พ.ร.ก.เงินกู้เฉพาะหน้า และยังมีอีกหลายกรณีที่เราเริ่มเห็นความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามย้ำว่าหากกระบวนการผู้นำฝ่ายค้านเสร็จสิ้น จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายพริษฐ์ ระบุว่า ฝ่ายค้านสามารถดำเนินการได้ทันทีอยู่แล้ว ส่วนจะใช้เมื่อไหร่ ต้องดูข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญว่ากลไกการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ที่ยื่นได้ 1 ครั้งต่อปี เรามีเวลาจากวันนี้จนถึงช่วงเดือนมีนาคม 2570 ที่สามารถใช้ได้ ผู้นำฝ่ายค้านต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน.