“รัชดา” โฆษกรัฐบาล เผยไทยเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ดึงลงทุนดิจิทัล–พลังงานสะอาด รองรับอุตสาหกรรมอนาคต หลังบีโอไอไฟเขียว 6 โครงการใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 9.5 แสนล้าน
วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน ไทยยังได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน และถูกมองว่าเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีความยืดหยุ่นสูง จากกรอบนโยบายที่มั่นคงและทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง โดยรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมการลงทุน เพื่อรองรับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ล่าสุด คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 958,168 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังคัดเลือกโครงการเข้าสู่ระบบเร่งรัดการลงทุน Thailand FastPass ระยะที่ 2 เพิ่มอีก 9 โครงการ มูลค่ารวม 52,104 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันมีโครงการที่เข้าสู่ระบบดังกล่าวรวม 25 โครงการ มูลค่ากว่า 223,216 ล้านบาท เพื่อช่วยลดขั้นตอนการอนุญาตและสนับสนุนให้การลงทุนสามารถเดินหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
โดยนอกจากมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนในระยะสั้นแล้ว ภาครัฐเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงและความต้องการใช้ไฟในระยะยาว โดยปัจจุบัน สำนักงาน กกพ. อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดมาตรการการวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ขณะที่ กฟภ. และ กฟน. กำลังจัดทำหลักเกณฑ์การวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้าเพื่อเชื่อมโยงแผนลงทุนโครงข่ายไฟฟ้ากับแผนใช้ไฟของภาคธุรกิจ
พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานเร่งผลักดันแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าสูง โดยศึกษาการนำโรงไฟฟ้าที่ปลดระวางกลับมาปรับปรุงใช้งานอีกครั้ง และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีพลังงานยุคใหม่ในระบบไฟฟ้า
...
นอกจากนี้ ภาครัฐยังเดินหน้ากลไกสนับสนุนพลังงานสะอาด ทั้งมาตรการ Direct PPA ที่ปัจจุบันได้จัดทำอัตราค่าบริการเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างรอเสนอ กพช. พิจารณา การใช้อัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว UGT2 ซึ่ง กฟภ. และ กฟน. ประกาศใช้อัตราค่าบริการแล้ว เมื่อ 30 เมษายน 2569 รวมถึงพิจารณาปรับกฎระเบียบด้าน Solar Rooftop เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและรองรับความต้องการของนักลงทุนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม