“อัครนันท์” รมช.ศึกษาธิการ ทุบโต๊ะคืนความยุติธรรมให้ผู้เสียหายถูกอดีตครูล่วงละเมิด ให้จบภายในหนึ่งสัปดาห์ หลังเรื่องค้างนานกว่า 2 ปี พร้อมเตรียมเปิดศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและสวัสดิภาพ 


วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ คุณปารมี ไวจงเจริญ ดร.รวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา คณะทำงาน รมช.ศธ. ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีอดีตครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดลพบุรีล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน เพื่อหาข้อสรุปและปิดจ๊อบปัญหาที่ค้างคามานานกว่า 2 ปี ให้จบสิ้นภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ติดตามด้วยตนเองเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

นายอัครนันท์ เปิดเผยว่า จากการรับฟังความทุกข์ใจของครอบครัวผู้เสียหายที่ต้องเผชิญความกังวลมาอย่างยาวนาน ตนมองว่าเงินเยียวยาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเทียบได้กับความเสียหายทางจิตใจที่เด็กได้รับ เมื่อโรงเรียนเกิดข้อบกพร่องในการปกป้องเด็ก กระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลจะต้องทำหน้าที่เป็น “ร่ม” ให้กับครอบครัวแทนโรงเรียน โดยตนได้สั่งการให้ สช. ปรับปรุงมาตรการตรวจสอบจรรยาบรรณครูอย่างเข้มข้น และกำชับให้ทุกโรงเรียนติดตั้งกล้องวงจรปิดในมุมอับเพื่อป้องกันเหตุอย่างเด็ดขาด

...

“ผมยอมรับว่าที่ผ่านมากระทรวงฯ อาจมีความหละหลวมในการสั่งการ แต่ต่อจากนี้เราจะเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ผมจะเปิด ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและสวัสดิภาพ อย่างเป็นทางการ เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานภายในกระทรวงฯ เข้าด้วยกัน ขอยืนยันว่าเราจะไม่ทอดทิ้งเด็ก และจะติดตามการเยียวยาสภาพจิตใจร่วมกับ พม. อย่างต่อเนื่องจนกว่าน้องจะกลับมาเข้มแข็ง”

นายอัครนันท์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลไกของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตนได้วางระบบการทำงานไว้ 3 มิติหลัก เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ได้แก่ 1. ระบบป้องกันการเกิดเหตุ โดยการสร้างความตระหนักรู้ให้บุคลากรเคารพสิทธิเด็ก เลิกใช้ระบบอำนาจนิยมในโรงเรียน รวมทั้งวางระบบแนะแนวดูแลสุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพ 2. ระบบรับแจ้งเหตุที่ทันสมัย โดยจะนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มอย่าง Traffy Fondue มาใช้เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองร้องเรียนตรงมายังศูนย์ฯ ได้ทันที ลดปัญหาการไกล่เกลี่ยหรือปิดข่าวกันเองภายในโรงเรียน และ 3. ระบบการเยียวยา ทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างจริงจัง

“เป้าหมายของผมคือการทำให้ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ แห่งนี้เป็นที่พึ่งที่มั่นคงและถาวร ใครก็ตามที่รังแกเด็กหรือละเมิดสิทธิเสรีภาพในสถานศึกษาจะต้องถูกลงโทษขั้นเด็ดขาด ผมจะลงมือเคลียร์ทุกความทุกข์ของประชาชนด้วยตัวเอง เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน”