คำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เสร็จแล้ว คาดพรรคประชาชนยื่นสภาฯ พรุ่งนี้ แจงเหตุไม่ใช้ร่าง ปชป. ระวังไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญขยายขอบเขตอำนาจ บี้นายกฯ ตรา พ.ร.ก. อาศัยช่องทางลัดเลาะพิเศษ
วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่างคำร้องศาลรัฐธรรมนูญปมตีความพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 แสนล้านบาท ว่า คำร้องเสร็จเป็นที่เรียบร้อย และตนได้เห็นแล้ว แต่ยังต้องรอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ที่จะมาร่วมลงชื่อได้มีโอกาสเห็นคำร้องด้วย ซึ่งเบื้องต้นตั้งเป้าไว้ว่าภายในวันที่ 11 พฤษภาคม จะมีการยื่นคำร้องดังกล่าวต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อถามถึงคำร้องของพรรคประชาชนแตกต่างจากของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เนื้อหาใจความหลักคงไม่ได้แตกต่างกัน เนื่องจากต้องอาศัยตามช่องทางของรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า การออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเงินกู้แผนที่ 2 ซึ่งจะใช้เงิน 200,000 ล้านบาท ในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ ซึ่งในคำร้องก็จะมีการประกอบข้อมูลอื่นๆ เช่น แผน PDP และแผนโครงสร้างพลังงานไทย ที่จะชี้ให้ประธานรัฐสภาและศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของรัฐวางแผนล่วงหน้าหลายปี และสามารถบรรจุในงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้
ในเมื่อรัฐบาลเห็นแผนแล้ว และเมื่องบประมาณปี 2570 รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ตั้งคำของบประมาณใหม่ และพยายามจะพิจารณาให้เสร็จทันวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ก่อนที่จะเข้าสภาฯ ซึ่งในความเป็นจริงสามารถนำแผนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานเข้ามาอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ตามปกติ ไม่มีเหตุผลใดเลย ที่จะต้องออกเป็น พ.ร.ก. การกระทำแบบนี้มองในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลพยายามที่จะลัดเลาะช่องทางปกติหรือไม่ และไปใช้ช่องทางที่เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ เพื่อเจตนาซ่อนเร้นหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้พรรคประชาชนได้บรรจุเข้าไปในคำร้องเพื่อให้เกิดความชัดเจนด้วย
...
เมื่อถามว่าเหตุใดพรรคประชาชน ไม่ใช้ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ นายณัฐพงษ์ ตอบว่า เนื้อหารายละเอียดเป็นเรื่องทางกฎหมาย จึงไม่ได้อยากลงรายละเอียดมาก แต่สิ่งที่พรรคประชาชนระมัดระวังมาตลอด คือการป้องกันไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจในการขยายขอบเขตอำนาจเขตแดนของตัวเอง และพรรคประชาชนมองว่าหากคำร้องเขียนไม่รัดกุมเพียงพอ
มองในอีกด้านหนึ่งแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเป็นคุณในสิ่งที่มีการร้อง เช่น หากให้ พ.ร.ก.นี้สิ้นผล แต่เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประกอบคำวินิจฉัย อาจจะมีผลผูกพันต่อรัฐบาลต่อไปที่มีความจำเป็นที่จะต้องตรา พ.ร.ก. ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาได้ เช่น กรณีที่ตุลาการบางท่านมีความเห็นว่า ต้องสร้างทางลูกรังให้หมดไปจากประเทศนี้ก่อน ก่อนที่จะทำรถไฟความเร็วสูงได้ ซึ่งก็อาจจะมีปัญหาที่ตัวศาลรัฐธรรมนูญเอง ที่วินิจฉัยข้ามเขตแดนอำนาจ ที่เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นเหตุผลของพรรคประชาชนจึงต้องศึกษาด้านนี้ และให้ทีมกฎหมายดูอย่างรอบคอบว่าการเขียนคำร้องของพรรคประชาชนเหมาะสมมากที่สุด
ส่วนกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง ทำให้ฝ่ายค้านมั่นใจได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า วิธีการรับผิดชอบที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้สภาฯ ได้มีโอกาสตรวจสอบเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างโปร่งใส ย้ำว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปตราเป็น พ.ร.ก. ที่ถือเป็นช่องทางที่อาศัยการลัดเลาะเป็นพิเศษ เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่าที่ไม่มีรายละเอียดข้างในให้เห็นเลย ดังนั้นที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าพร้อมรับผิดชอบ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ ขอให้เงินกู้ส่วน 200,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ไม่เร่งด่วน นำมาเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปกติจะดีกว่า.