“ไอลอว์” บุกกกต. จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง–ประชามติรายหน่วยครบ 100% ซัดระบบ ECT Report ข้อมูลหาย ซ้ำยังผิดพลาด ด้าน WeWatch แฉปมเลือกตั้งล่วงหน้าวุ่น ตั้งคำถามความโปร่งใส กกต. ชี้ไม่ยึดโยงประชาชน ส่วน “ยิ่งชีพ” เตือนคดีฮั้ว สว. 8 หมื่นหน้า หาก กกต.สั่งไม่ฟ้อง ประชาชนหมดศรัทธาแน่
วันที่ 8 พ.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และเครือข่ายภาคประชาชน รวมตัวกันมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดกิจกรรม “ยกขบวนทวงคะแนนกกต.” เพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ผลการนับคะแนนรายหน่วยของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2569 และการออกเสียงประชามติให้ครบทุกหน่วยออกเสียง ซึ่งภายในกิจกรรมได้นัดกันใส่เสื้อสีเขียว และมีการนำป้ายข้อความต่างๆ รวมถึงบางช่วงบางตอนของการจัดกิจกรรมนั้น ทางกลุ่มได้มีการตะโกนคำว่า “คะแนนประชามติ อยู่ไหน คะแนนเลือกตั้ง 100% กี่โมง” เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วย ก่อนที่จะมีการนำริบบิ้นมาตัดและกล่าวคำว่า “เอ้า เปิด” เพื่อแสดงถึงการให้เปิดคะแนนเช่นกัน
โดยนายชยพล ดโนทัย ตัวแทนกลุ่มไอลอว์ เปิดเผยถึง 2 ประเด็นหลัก คือ ผลคะแนนเลือกตั้งรายหน่วย และผลประชามติรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า แม้ผ่านมากว่า 3 เดือนหลังการเลือกตั้ง แต่ระบบ ECT Report ยังเผยแพร่คะแนน สส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อไม่ครบ 100% พร้อมยกตัวอย่าง จ.กาฬสินธุ์ และ จ.อุบลราชธานี ที่ยังพบข้อมูลหลายหน่วยเลือกตั้งสูญหายหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน รวมถึงมีปัญหาอัปโหลดข้อมูลผิดพลาดและซ้ำกัน นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ กกต.นำระบบ Dashboard รายงานผลคะแนนกลับมาเปิดใช้งาน หลังปิดปรับปรุงมานานกว่า 3 เดือน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลการเลือกตั้ง
...
ส่วนผลประชามติรัฐธรรมนูญ นายชยพล กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนทราบเพียงผลรวมระดับประเทศ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยผลรายเขตหรือรายหน่วย จึงเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เพื่อสร้างความโปร่งใสและความชอบธรรมต่อการทำประชามติในประเด็นสำคัญของประเทศ
ด้านนายพงศธร กันทวงค์ จาก WeWatch เปิดเผยว่า วีวอทช์ส่งอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วประเทศกว่า 16,000 คน และพบปัญหาในการเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งกรณีเจ้าหน้าที่กรอกรหัสเขตผิด รวมถึงการนำซองใส่บัตรเลือกตั้งปี 2566 มาใช้ ซึ่งมีช่องรหัสไม่ตรงกับรูปแบบปัจจุบัน โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำชี้แจงจาก กกต. จึงอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการจัดการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ กกต.ยุติการดำเนินคดีกับประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนที่เข้ามาตรวจสอบการเลือกตั้ง พร้อมเสนอให้ทบทวนการใช้ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง และติดตั้ง CCTV ภายในหน่วยเลือกตั้งเพื่อเพิ่มความโปร่งใส รวมถึงผลักดันการปฏิรูปกฎหมายและองค์กรจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการแยกกลไกกระทรวงมหาดไทยออกจากการจัดการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเป็นกลางและความเชื่อมั่นของประชาชน
ด้านน.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ หรือมายด์ แกนนำกลุ่ม 3 นิ้ว ยังเน้นย้ำว่าปัญหาการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาสะท้อนว่า กกต. อาจจะไม่ได้ตั้งใจโปร่งใส แต่ยึดคำว่า “ชอบด้วยกฎหมาย” เป็นหลัก และชี้ว่า กกต. ทั้ง 7 คน มาจากการเห็นชอบของวุฒิสภา ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชน พร้อมตั้งคำถามถึงความเชี่ยวชาญของกรรมการบางคนที่ไม่ได้มาจากสายงานที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งโดยตรง กรรมการ กกต. ไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบ มีเพียงเลขาธิการ กกต. เท่านั้นที่ออกมาตอบคำถาม ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดที่มาของ กกต. โดยไม่ยึดโยงกับประชาชน และยืนยันว่าประชาชน 21.6 ล้านเสียงได้ลงมติแล้วว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมเรียกร้องให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปอย่างรอบคอบและประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง
ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ ได้ย้ำเตือน กกต. ถึงคดีการทุจริตเลือก สว. ซึ่งมีเอกสารหลักฐานหนากว่า 80,000 หน้า โดยเรียกร้องให้ กกต. ทำหน้าที่เป็นเพียง “บุรุษไปรษณีย์” ตรวจสอบความบริสุทธิ์ของกระบวนการและส่งคดีทั้งหมดไปยังศาลเพื่อการวินิจฉัยที่เป็นธรรม โดยไม่ต้องวินิจฉัยเอง เนื่องจาก กกต. ชุดปัจจุบันหลายท่านมาจากการเลือกของ สว. ชุดนี้ ซึ่งอาจเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และเตือนว่าหาก กกต. กล้าใช้อำนาจสั่งไม่ฟ้องคดี สว. ประชาชนจะไม่เชื่อมั่นในความเป็นธรรม และทางไอลอว์จำเป็นจะต้องนำข้อมูลทั้งหมดที่มีมานำเสนอต่อสาธารณชน และดำเนินคดีกับ กกต. ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบธรรม