รัฐบาลสยบดราม่าบัตรทอง ยันระบบจ่ายเงินมีรอบชัดเจนไม่ล่าช้า กางแผนย้ายสิทธิผู้ป่วยเกือบ 4 หมื่นรายไปโรงพยาบาลใกล้เคียง เริ่ม 1 มิ.ย. นี้ 


วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีการกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่าระบบจ่ายเงินบัตรทองล่าช้าจนโรงพยาบาลต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อนนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีระบบการจ่ายเงินที่ชัดเจน ทั้งแบบเหมาจ่ายรายหัวและจ่ายตามผลงานบริการจริง ซึ่งมีรอบการตรวจสอบและโอนเงินเข้าบัญชีหน่วยบริการอย่างต่อเนื่องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

จากการตรวจสอบข้อมูลการโอนเงินในช่วงปีงบประมาณ 2568 ถึงปัจจุบัน (6 พฤษภาคม 2569) พบว่า สปสช. ได้โอนเงินให้ รพ.บางนา 1 ไปแล้วรวม 52.85 ล้านบาท และโอนให้ รพ.มิตรประชา อีกรวม 164.15 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมทั้งสองแห่งมียอดโอนรวมกว่า 217 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งงบผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน งานป้องกันโรค และบริการเฉพาะด้านอื่นๆ โดยข้อมูลในระบบระบุชัดเจนว่ามีการโอนเงินให้หลายรอบในแต่ละเดือน ไม่มีการทิ้งช่วงหรือค้างจ่ายตามที่เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสื่อสังคมออนไลน์

นอกจากนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยแผนการดูแลผู้ใช้สิทธิบัตรทองที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกสถานะหน่วยบริการของ รพ.บางนา 1 และ รพ.มิตรประชา ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดย สปสช. ได้เตรียมการโอนย้ายสิทธิเพื่อความต่อเนื่องในการรักษา โดยผู้ใช้สิทธิ รพ.มิตรประชา (18,831 คน) จะได้รับการโอนย้ายไปยังโรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี โดยมีโรงพยาบาลราชพิพัฒน์เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ ส่วนผู้ใช้สิทธิ รพ.บางนา 1 (22,365 คน) จะได้รับการโอนย้ายไปยังโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงและมีความพร้อมในการให้บริการครบวงจร

...

รัฐบาลขอยืนยันว่าประชาชนกลุ่มดังกล่าวจะสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างไร้รอยต่อ และไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการรักษาเดิมอย่างแน่นอน พร้อมขอให้มั่นใจในระบบบริหารจัดการงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ยึดประโยชน์ของประชาชนและประสิทธิภาพของหน่วยบริการเป็นสำคัญสืบไป