ลำดับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ “ทักษิณ” กลับประเทศ ก้มกราบแผ่นดินไทย สู่นักโทษในเรือนจำ จนได้รับการพักโทษ เพื่อได้กลับไปอยู่กับครอบครัวในบ้านจันทร์ส่องหล้า


วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการพักโทษตามมติคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษระดับเรือนจำกลางคลองเปรม ระดับกรม และระดับกระทรวง พร้อมสั่งให้ติดกำไล EM และสั่งห้ามเดินทางออกประเทศ


โดยให้เหตุผลว่า นายทักษิณ มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 คือ เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง ต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด และได้รับพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด จึงเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีปกติในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวคุมประพฤติได้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป แต่นายทักษิณฯ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติที่กำหนด จนกว่าจะพ้นโทษ


...


ย้อนไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ “พักโทษ ทักษิณ”


28 กุมภาพันธ์ 2551 : เดินทางกลับไทยเป็นครั้งแรก หลังจากถูกทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทันทีที่นายทักษิณ เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้ก้มกราบพื้นแผ่นดินแม่ กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ถูกกล่าวถึงอย่างมาก เพื่อมาต่อสู้คดีทางการเมือง ก่อนจะลี้ภัยในต่างประเทศเป็นรอบที่ 2 ซึ่งใช้เวลายาวนานถึง 17 ปี


22 สิงหาคม 2566 : เดินทางกลับไทยเป็นครั้งที่ 2 ด้วยเครื่องบินส่วนตัว (MJETS) จากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาแวะพักที่สิงคโปร์ ก่อนมาลงที่สนามบินดอนเมือง เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อมาถึงได้ก้มลงกราบพระบรมฉายาลักษณ์หน้าอาคารผู้โดยสาร มีลูกๆ รอต้อนรับ ก่อนจะมีการนำตัวไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยศาลได้แจ้งคำพิพากษารวม 3 คดี มีโทษจำคุกรวม 8 ปี

จากนั้นได้นำตัวนายทักษิณ ส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นกลุ่มเปราะบางอายุเกิน 60 ปี มีโรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวังต่อมากลางดึก เวลา 23.59 น. นายทักษิณมีอาการป่วยกำเริบ แน่นหน้าอก-ความดันขึ้นสูง จึงมีการส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.ตำรวจ และรักษาต่อเรื่อยมา


31 สิงหาคม 2566 : ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และประชาชน ตามที่นายทักษิณ ได้ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ 



17 กุมภาพันธ์ 2567 : เข้าเกณฑ์พักโทษ เดินทางออกจาก รพ.ตำรวจ ไปบ้านพักจันทร์ส่องหล้า

นายทักษิณ เป็น 1 ในนักโทษ 945 รายที่เข้าเกณฑ์ “พักโทษ” คือกลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป มีการเจ็บป่วยร้ายแรง ต้องโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 ของโทษที่กำหนด สามารถกลับมารักษาที่บ้านได้แต่ต้องไปรายงานตัวทุกเดือน โดยพบว่านายทักษิณ ได้สวมเฝือกคอ-แขน เดินทางออกจาก รพ.ตำรวจ กลับไปที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซ.จรัญสนิทวงศ์ 69 


13 มิถุนายน - 30 กรกฎาคม 2568 : ศาลฎีกาฯ ได้มีการนัดนายทักษิณ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และพยานเข้ามาไต่สวนรวม 7 นัด 31 ปาก โดยนัดแรกเป็นการไต่สวนนายทักษิณ ซึ่งไม่ได้มาด้วยตนเองแต่แต่งตั้งนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความผู้รับมอบอำนาจ เข้าร่วมกระบวนพิจารณาแทน โดยศาลได้กำหนดวันนัดฟังคำสั่ง 9 กันยายน 2568



4 กันยายน 2568 : ไม่กี่วันก่อนถึงวันนัดฟังคำสั่งศาล นายทักษิณได้เดินทางออกนอกประเทศด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากสนามบินดอนเมืองโดยแจ้งว่าขอไปพบแพทย์ที่สิงคโปร์ แต่ ตม. ถ่วงเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ทำให้ไปสิงคโปร์ไม่ทัน เลยเปลี่ยนเส้นทางไปดูไบ เพราะมีหมอที่เคยรักษาที่นั่น ยืนยันว่ากลับไทยไม่เกินวันที่ 8 กันยายน แน่นอน


8 กันยายน 2568 : การกลับมาเหนือความคาดหมาย 

ท่ามกลางกระแสข่าวลือและการจับจ้องจากทุกฝ่าย นายทักษิณ ได้เดินทางกลับถึงแผ่นดินไทยอีกครั้ง  การกลับมาในครั้งนี้เป็นบทสรุปของความชัดเจนว่าเขาพร้อมเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรม เพื่อรับฟังคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการรักษาตัวบนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ


9 กันยายน 2568 : คำสั่งนับโทษใหม่

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งสำคัญให้เริ่มนับระยะเวลาการรับโทษใหม่ โดยชี้ชัดว่ากระบวนการบังคับโทษและการพักรักษาตัวที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่สามารถนำระยะเวลาในโรงพยาบาลตำรวจมาหักลบเป็นวันจำคุกได้ ส่งผลให้นายทักษิณต้องกลับเข้าสู่เรือนจำเพื่อรับโทษจริงเป็นเวลา 1 ปี ตามพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยลดโทษ


27 พฤศจิกายน 2568 : ภาพแรกในฐานะนักโทษ

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร “อิ๊งค์” อดีตนายกรัฐมนตรี เผยภาพลักษณ์ใหม่ของผู้เป็นพ่อผ่านโซเชียลมีเดียเป็นครั้งแรก นายทักษิณในชุดนักโทษสีฟ้าและผมที่ตัดสั้นปรากฏตัวท่ามกลางอ้อมกอดของลูกๆ ในกิจกรรมเยี่ยมญาติ แม้สภาพร่างกายจะซูบผอมลงไปบ้าง แต่แววตายังคงเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม พร้อมฝากข้อความถึงผู้ที่ห่วงใยว่า “ยังสบายดี รับรู้ได้ถึงความรัก และขอส่งความห่วงใยกลับไปถึงทุกคนเช่นกัน”


สายใยครอบครัวหลังลูกกรงเหล็ก

ตลอดระยะเวลาที่สูญเสียอิสรภาพ ครอบครัวชินวัตรได้กลายเป็นกำลังใจสำคัญ บุตรชายและบุตรสาวต่างผลัดเปลี่ยนกันเข้าเยี่ยมเยียน ณ เรือนจำกลางคลองเปรมอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 2 วัน รวมระยะเวลาการทำหน้าที่ลูกที่เข้มแข็งยาวนานถึง 61 ครั้ง


25 กุมภาพันธ์ 2569 : กรมราชทัณฑ์ยืนยันสถานะทางกฎหมายว่านายทักษิณเข้าเกณฑ์พักการลงโทษในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากได้รับโทษครบ 2 ใน 3 หรือเป็นเวลา 8 เดือนตามระเบียบ


31 มีนาคม 2569 : คณะกรรมการระดับเรือนจำมีมติเห็นชอบรายชื่อให้ได้รับการพักโทษ


29 เมษายน 2569 : กระทรวงยุติธรรมอนุมัติการพักโทษอย่างเป็นทางการ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือการติดกำไล EM เพื่อติดตามตัว


พฤษภาคม 2569 : วันแห่งการเริ่มต้นใหม่

หลังผ่านพ้นวันที่ 10 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันรับโทษครบ 8 เดือนพอดี เช้าตรู่ของวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 จึงเป็นวันที่นายทักษิณได้รับอิสรภาพคืนมาอีกครั้งหลังใช้ชีวิตในเรือนจำรวม 243 วัน แม้จะได้รับการปล่อยตัว แต่เขายังคงต้องอยู่ภายใต้การคุมประพฤติอย่างเข้มงวด ทั้งการรายงานตัวและการพำนัก ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า โดยห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต


เงื่อนไขนี้จะดำเนินต่อไปอีก 4 เดือน จนกว่าจะถึงวันที่ 9 กันยายน 2569 ซึ่งจะเป็นวันที่นายทักษิณ ชินวัตร พ้นโทษโดยสมบูรณ์และปิดตำนานการรับโทษตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นทางการ