แผนสยบกลิ่นขยะอ่อนนุช “ชัชชาติ”เตรียมปิดฉากโรงงานเจ้าปัญหา เล็งไม่ต่อสัญญารื้อระบบเก่าทิ้งเปลี่ยนพื้นที่เป็นสวนป่ารับน้ำและศูนย์เรียนรู้คัดแยกขยะ
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหาร แถลงความคืบหน้าการจัดการมลภาวะทางกลิ่นและควันจากศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ โดยระบุว่า กทม. ได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างทุกโครงการปรับปรุงระบบจัดการมูลฝอยให้เป็นระบบปิด 100% พร้อมติดตั้งนวัตกรรม “จมูกอิเล็กทรอนิกส์” หรือ E-nose ตรวจวัดคุณภาพอากาศเรียลไทม์ ซึ่งจากการติดตามผลในช่วง 16 เดือนที่ผ่านมา พบว่าค่าเฉลี่ยความเหม็นในชุมชนรอบข้างลดลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (9 D/T) อย่างเห็นได้ชัด โดยบริเวณหน้าหมู่บ้านอิมพีเรียลมีค่าเฉลี่ยเพียง 2.44 และหน้าชุมชนเกาะลอยอยู่ที่ 1.88 ขณะที่จำนวนเรื่องร้องเรียนลดลงกว่าร้อยละ 51
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับว่าปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขสมบูรณ์ครบ 100% เนื่องจากสัญญาจ้างเดิมที่ทำไว้ก่อนผู้บริหารชุดปัจจุบันเข้ามาดำรงตำแหน่ง มีข้อจำกัดเรื่องการระบุบทลงโทษมลพิษทางกลิ่นไม่ชัดเจน และลักษณะโรงงานบางแห่งเป็นระบบเปิดมาตั้งแต่ต้น ทำให้ยังมีกลิ่นเล็ดลอดออกไปได้บ้างในช่วงรถขยะเข้า-ออก ซึ่งที่ผ่านมา กทม. ได้ใช้อำนาจตามสัญญาเข้ากำกับดูแลอย่างเข้มงวด รวมถึงมีการสั่งปรับบริษัทคู่สัญญาที่ปล่อยให้มีขยะตกค้างสะสมอันเป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็นไปแล้ว พร้อมย้ำว่าแม้ค่าเฉลี่ยกลิ่นโดยรวมจะดีขึ้น แต่ กทม. ยังไม่พอใจตราบใดที่ยังมีวันที่ค่ากลิ่นพุ่งสูงเกินมาตรฐานรบกวนประชาชน
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน นายชัชชาติเปิดเผยแผนระยะยาวว่า กทม. มีนโยบายที่จะไม่ต่อสัญญาจ้างโรงงานกำจัดมูลฝอยขนาด 600 ตัน ที่จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2569 รวมถึงโรงงานขนาด 1,000 ตันในอนาคต โดยจะเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีเตาเผาขยะเพื่อผลิตพลังงานสะอาดแทน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบรับขยะเผาไหม้วันละ 400 ตัน ส่วนพื้นที่โรงงานเดิมที่หมดสัญญานั้น จะถูกปรับปรุงเป็นพื้นที่สีเขียว สร้างแหล่งรับน้ำ และปลูกต้นไม้เป็นแนวรั้วเพื่อสร้าง “กำแพงกลิ่น” รวมถึงพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้การคัดแยกขยะและสวนออกกำลังกายให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์
...
นอกจากนี้ นายชัชชาติยังได้กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส. พรรคประชาชน ออกมาโพสต์วิจารณ์การแก้ปัญหาขยะของ กทม. โดยระบุว่าขอบคุณที่ช่วยชี้แนะและสะท้อนความกังวลของประชาชน ซึ่ง กทม. ขอน้อมรับคำชี้แนะไปดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง และยืนยันว่าที่ผ่านมามีการปรับปรุงไปแล้วหลายจุดจนสถานการณ์ดีขึ้นกว่าช่วงเริ่มต้นอย่างมาก พร้อมเปิดกว้างรับฟังข้อเสนอแนะทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์จัดการขยะครบวงจรที่วางไว้