“อนุทิน” เผยทูลเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทแล้ว ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ่อร้องศาลรัฐธรรมนูญตีความ ตอกกลับคนยื่น ก็เคยกู้มาก่อนในชื่อ “ไทยเข้มแข็ง” ย้ำรอบนี้กู้สกุลเงินบาท ส่งตรงถึงมือประชาชน 


วันที่ 7 พ.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง การที่ฝ่ายค้านจะมีการล่ารายชื่อ ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ตนเป็นผู้ลงนาม เพื่อที่จะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้า เพื่อให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยไปเรียบร้อยแล้ว  ส่วนหากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จะทำให้การช่วยเหลือประชาชน และการทำงานของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสะดุดลงหรือไม่ เพราะจะต้องหยุดการพิจารณา 60 วัน ว่า เรื่องนี้ทุกคนพยายามช่วยกันแก้ไขปัญหา ที่จะลดความเดือดร้อนของประชาชน เพราะเรามาเป็นผู้แทนของประชาชน ก็จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ซึ่งในส่วนของพ.ร.ก.กู้เงิน ตนน่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 8 ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการกู้เงินในลักษณะเช่นนี้มาโดยตลอด แม้คนที่จะไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญก็เคยกู้มาก่อน เป็นจำนวนเท่ากันด้วยซ้ำ ตอนนั้นเขาใช้คำว่า “ไทยเข้มแข็ง” แต่ตนใช้คำว่า “ไทยช่วยไทย”


ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ในการกู้ครั้งนี้มีความแตกต่าง ทั้งรูปแบบใช้เงิน และรูปแบบการกู้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ครั้งนี้ตนใช้เงินกู้สกุลบาท ไม่มีการใช้สกุลเงินต่างประเทศ และเมื่อกู้ผ่านแล้วเงินทุกบาท ทุกสตางค์ จะไปถึงพี่น้องประชาชนโดยตรงไม่ผ่านโครงการ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในเรื่องของการจับจ่ายใช้สอย และจะทำให้ระบบสภาพคล่องทางการเงินของประเทศไทยหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น ได้ประโยชน์มากขึ้น พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ตนทำเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์มาก ซึ่งตนจะต้องดูแลกำกับการใช้จ่ายเงินให้เกิดประโยชน์ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะเมื่อถึงเวลาจำเป็น ที่เราคิดว่าจะดำเนินการ เพื่อให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปในทิศทางที่เราต้องการ ตามนโยบายที่เราได้แถลงไว้ ต่อรัฐสภา

...


ผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ จะทำให้โครงการคนละครึ่งพลัส และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สะดุดลงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะรัฐบาล ทำสิ่งที่เคยให้สัญญาไว้ และดำเนินการตามนโยบายที่แถลงไว้ทุกประการ ด้วยเจตนารมณ์ที่สุจริต