“กาย ณัฐชา” นำ สส.พรรคประชาชน 3 จังหวัด เทปลากระป๋องโชว์สื่อที่สภาฯ ตั้งข้อสังเกตลักษณะใกล้เคียงปลาหมอคางดำ พร้อมตั้งคำถามเหตุใดจึงเลือกใช้ปลานิลขนาดเล็ก ย้ำ ติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ใกล้ชิด


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำคณะ สส.สมุทรสาคร สมุทรปราการ และสมุทรสงคราม พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา กรณีการพบปลากระป๋องที่มีความผิดปกติตามที่เป็นข่าว ซึ่งผู้บริโภคซื้อปลากระป๋องที่ระบุในฉลากสินค้าว่าเป็นปลาซาร์ดีน แต่เมื่อเปิดกระป๋องกลับพบว่าเป็นปลาอีกชนิดหนึ่ง ที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวางว่าปลาที่อยู่ในกระป๋องดังกล่าวแท้จริงแล้วคือปลาอะไร โดยมีประเด็นข้อสงสัยอยู่ 2 เรื่องสำคัญ คือ 

1. ลักษณะของปลาดังกล่าวมีความใกล้เคียงกับปลาหมอคางดำ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ด้วยตาเปล่า เนื่องจากปลาทั้ง 2 ชนิดมีลักษณะคล้ายกัน โดยปลาหมอคางดำจะมีแถบสีดำบริเวณคาง ซึ่งต้องตรวจสอบอย่างละเอียด 

2. ประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภค หากมีการระบุชนิดปลาไม่ตรงกับความเป็นจริง บริษัทผู้ผลิตจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย 

สำหรับประเด็นที่น่ากังวลมากกว่านั้นคือเรื่องของสายพันธุ์ปลา เนื่องจากพื้นที่ตั้งโรงงานผลิตปลากระป๋องหลายแห่งอยู่ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ เช่น จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม และพื้นที่ใกล้เคียง ขอย้ำไม่ได้กล่าวว่าปลาหมอคางดำไม่สามารถบริโภคหรือแปรรูปได้ แต่ปัจจุบันปลาชนิดนี้ยังถือเป็นสัตว์ควบคุมพิเศษ การจับ ขนย้าย หรือแปรรูป ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย 

...


ดังนั้น หากจะมีการแก้ไขปัญหาหรือเปิดให้ใช้ประโยชน์ ควรมีประกาศและมาตรการรองรับที่ชัดเจน โดล่าสุด กรมประมงได้ออกมาชี้แจงว่าปลาที่พบในกรณีดังกล่าวคือปลานิล ซึ่งผ่านการตรวจสอบแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบ เช่น การใช้วิธีเทียบ DNA หรือหลักเกณฑ์ในการยืนยันชนิดปลา รวมถึงคำถามว่าเหตุใดผู้ผลิตจึงเลือกใช้ปลานิลขนาดเล็ก ทั้งที่โดยทั่วไปการเพาะเลี้ยงปลานิลจะเน้นขนาดที่มีมูลค่าสูงกว่า อีกทั้งขนาดของปลาที่พบมีขนาดประมาณ 2-3 นิ้ว ซึ่งใกล้เคียงกับขนาดของปลาหมอคางดำที่มีการจับได้ในพื้นที่ จึงยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยในสังคม

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการต่อจากนี้ สส. จากพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมุทรสาคร สมุทรปราการ และสมุทรสงคราม จะติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีผลกระทบคือ ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องอาจได้รับผลกระทบด้านความเชื่อมั่น และผู้บริโภคเกิดความกังวลและตั้งคำถามต่อมาตรฐานสินค้า จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ผลิตที่ปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน ต้องเร่งตรวจสอบและจัดการกับผู้ที่กระทำผิดอย่างจริงจัง และขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา สร้างความชัดเจน โปร่งใส และฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการโดยเร็ว.