โต้ฝ่ายค้าน “เอกนิติ” ยันรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ใช้เหตุจำเป็นเร่งด่วน เมินประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ สวน “ยุคอภิสิทธิ์” กู้ทำไทยเข้มแข็ง ก็เคยไปช่วยแจงศาล
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ว่า ที่ผ่านมาดูทุกช่องทางแล้ว ทั้งการโยกงบประมาณ 2569 ที่เบิกจ่ายล่าช้าหรือไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งได้ไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณ 2570 จะเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งเหลือระยะเวลาอีก 5 เดือน แต่วิกฤติตอนนี้ต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการให้ทันท่วงที ซึ่งจากการดูภาพรวมแล้วงบประมาณไม่เพียงพอ ฉะนั้นยืนยันว่าการออก พ.ร.ก.ดังกล่าว มีความจำเป็นและเร่งด่วน
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น นายเอกนิติ ระบุว่าไม่กังวล เพราะสมัยการออก พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง (กู้วงเงิน 400,000 ล้านบาท) ก็ถูกฟ้อง ตนก็ไปช่วยอธิบายที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่วนตัวเข้าใจบทบาทของ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า มาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อพิจารณาจากความจำเป็นเร่งด่วนและดูทางเลือกอื่น ไม่เห็นทางเลือกอื่นๆ
นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงกรณี นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ชี้ว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เป็นการตีเช็คเปล่า ว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้คือให้อำนาจกระทรวงการคลังเป็นผู้กู้เงิน ส่วนรายละเอียดจะมาทีหลัง และจากสถานการณ์ประเทศขณะนี้กำลังเจอวิกฤติโลกและพลังงานที่จะมาหลายระลอก และหลายประเทศก็มองว่าวิกฤติจะมาหลายระลอก และกลายเป็นวิกฤติระยะยาว
...
ฉะนั้น เราจึงต้องหาวิธีมาป้องกันปัญหาในระยะยาว ต้องเตรียมกระสุนให้พร้อม ด้วยการออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ เพื่อเป็นกระสุนในการบรรเทาผลกระทบประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ชัดเจนมาก พร้อมย้ำว่านี่เป็นวิกฤติปากท้อง พร้อมกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าพลังงานและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก จึงควรเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไปใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ ยังย้ำด้วยว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ได้เป็นการใช้งบฯ รวดเดียว มีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ไม่ใช่อยากจะทำอะไรก็ทำ หรือตีเช็คเปล่า.