ลุ้นผล “กรมประมง” พิสูจน์ปลากระป๋อง เป็นปลาหมอคางดำ-ปลานิล “ศุภมาส” เผยนายกฯ ห่วงใยผู้บริโภค บ่ายนี้ สคบ. ตรวจโรงงานที่เป็นข่าว มั่นใจสินค้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ได้มาตรฐาน
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนลงพื้นที่ตรวจโรงงานปลากระป๋อง จ.สมุทรสาคร ว่า สำหรับการลงพื้นที่ตรวจโรงงาน เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา โทรศัพท์มารายงานเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ (5 พฤษภาคม) ซึ่งในส่วนของ อย. มีกฎหมายที่กำกับดูแลอยู่แล้ว จะดูแลเรื่องการผลิตให้ได้สินค้าที่มีมาตรฐาน ทั้งนี้ จากกรณีที่มีการเสนอข่าวก่อนหน้า เจ้าของโรงงานได้มีการยืนยันว่าเป็นปลาแมกเคอเรล 60% แต่ทางผู้บริโภคพบว่าไม่น่าจะใช่ปลาชนิดนี้ มีข้อสันนิษฐาน 2 อย่าง คือ ปลาหมอคางดำและปลานิล ซึ่งต้องให้กรมประมงตรวจสอบจะได้ทราบว่าเป็นปลาชนิดใด
นางสาวศุภมาส ระบุอีกว่า สำหรับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นายกรัฐมนตรีได้รับทราบข่าวมีความห่วงใยต่อประชาชน จึงสั่งการให้ สคบ. ลงไปดำเนินการและดูแลผู้บริโภคโดยด่วน เป็นหน้าที่ สคบ. ต้องเข้าไปดูแลผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายโดยตรง กรณีนี้โรงงานได้มีการเจรจาและชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ขณะที่สินค้าลอตเดียวกันนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีก แต่ยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามา ซึ่งเป็นหน้าที่ของ สคบ. ต้องเข้าดูแล
สำหรับวันนี้จะมีการลงพื้นที่ในนามของรัฐบาลเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ว่าการเลือกใช้สินค้าหรือบริการใดๆ รัฐบาลได้เข้าไปดูแลธุรกิจนั้น เพื่อให้เกิดความอุ่นใจและเกิดความปลอดภัย ส่วนจะมีการปูพรมตรวจสอบโรงงานอื่นอีกหรือไม่ คาดว่าจะมีเข้าไปตรวจสอบแบบเป็นมิตร ซึ่งไม่ได้เข้าไปตรวจจับ เหมือนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในลักษณะนั้น
...
ขณะเดียวกัน นางสาวศุภมาส ย้ำว่า เรามีการคุ้มครองผู้บริโภค ต้องไม่ถูกหลอก ไม่ถูกเอาเปรียบ และไม่ถูกโกง ซึ่งในเคสนี้เข้าข่ายกฎหมายของ สคบ. เรื่องสิทธิผู้บริโภคที่มีสิทธิได้รับข้อมูลข่าวสารเพียงพอ ถูกต้อง และคำบรรยายบนฉลากที่ถูกต้อง ซึ่งในเคสนี้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นปลาแมกเคอเรล การโฆษณาที่ผิดจากความเป็นจริง นอกจากนี้ ประชาชนยังมีสิทธิเลือกใช้สินค้าอย่างอิสระ ซึ่งเคสนี้ผู้บริโภคเข้าใจว่าได้เลือกปลาแมกเคอเรล หากทราบว่าไม่ใช่ปลาชนิดนี้อาจจะไม่ซื้อ ดังนั้น ผู้บริโภคจึงมีสิทธิได้รับการชดเชยค่าเสียหาย สคบ. จะเป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องให้ ซึ่งไม่ควรที่จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก ต้องมีการเฝ้าระวังและดูแลสินค้า มิเช่นนั้นสินค้ายี่ห้ออื่นจะโดนหางเลขไปด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดการแพนิก ตื่นตระหนก จนไม่กล้าบริโภคสินค้า ซึ่งสินค้าดังกล่าวนี้ มีจำนวนน้อยหากเทียบกับสินค้าที่ถูกต้องตามมาตรฐาน
โดยช่วงบ่ายวันนี้ สคบ. จะลงพื้นที่พร้อมกับอุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมกับทุกหน่วยงานใน จ.สมุทรสาคร เพื่อจะลงไปช่วยดูแลให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม และมีความมั่นใจในการบริโภคปลากระป๋องและอาหารกระป๋องต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการที่ยังเอารัดเอาเปรียบประชาชนอย่างไรบ้าง นางสาวศุภมาส ระบุว่า ในสภาวะที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ประชาชนขณะนี้จึงอ่อนไหวกว่าปกติ เพราะทุกคนได้รับผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาปากท้อง ฉะนั้น ขอผู้ประกอบการอย่าซ้ำเติมคนไทยด้วยกัน และอยากให้เห็นใจคนไทยในสภาวะเช่นนี้ พร้อมย้ำว่าหากช่วยไม่ได้ก็อย่าทำร้ายกัน
เมื่อถามอีกว่ากรณีที่ขณะนี้รัฐบาลกำลังออกโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส“ จำหน่ายสินค้าราคาประหยัด จะมีการควบคุมคุณภาพสินค้าอย่างไร นางสาวศุภมาส ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เนื่องจากสินค้าในโครงการไทยช่วยไทยพลัส นำมาจากโรงงานขนาดใหญ่ซึ่งมีผู้จัดจำหน่ายที่เป็นผู้ค้าชั้นนำ ดังนั้น สินค้าจึงได้มาตรฐานอยู่แล้ว อีกทั้งเป็นโครงการที่ผู้ประกอบการเห็นใจคนไทยในสภาวะเดียวกัน จึงยอมที่จะเฉือนเนื้อ หรือทำโครงการที่เรียกว่า CSR หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการขายของที่ไม่มีกำไร เพื่อที่จะช่วยคนไทยด้วยกันให้ผ่านสภาวะดังกล่าว ผ่านการจำหน่ายสินค้าในราคายุติธรรมและจับต้องได้.