ครม. 5 พ.ค. 2569 รับทราบรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรี กรณีหน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ของรัฐธรรมนูญ 2560
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรี กรณีที่หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วน ตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 (เรื่อง แนวทางการคุ้มครองและมาตรการเยียวยาผู้บริโภคแบบบูรณาการ) ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผผ.) เสนอ
รวมทั้ง ให้สำนักนายกรัฐมนตรี (นร.) [สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)] เป็นหน่วยงานหลักรับข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงบประมาณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาองค์กรของผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้สำนักนายกรัฐมนตรี (สคบ.) สรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ/ความเห็นในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก สลค. เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
ข้อเสนอของผู้ตรวจการแผ่นดิน มีดังนี้
1. การคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทย (ไทย) ในปี 2522 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในด้านพิทักษ์สิทธิความปลอดภัยในการบริโภค ข้อมูลข่าวสาร ความเป็นธรรมในการทำสัญญา และการได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายอย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองผู้บริโภคของไทยในปัจจุบันยังคงเผชิญปัญหาและข้อจำกัดในหลายมิติ เช่น
...
(1) ด้านโครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการ
(2) ด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค (3) ด้านทรัพยากรและฐานข้อมูล
2. เพื่อให้มีแนวทางการคุ้มครองและมาตรการเยียวยาผู้บริโภคแบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพ ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเสนอรายงานพร้อมข้อเสนอแนะ เรื่อง แนวทางการคุ้มครองและมาตรการเยียวยาผู้บริโภคแบบบูรณาการ ได้แก่
(1) การปรับโครงสร้างของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาคและการขับเคลื่อนนโยบาย
(2) การพัฒนา สคบ. สู่รูปแบบ One Stop Service
(3) การจัดทำวาระแห่งชาติ/วาระจังหวัด แผนการปฏิบัติงานและคู่มือมาตรฐานระดับจังหวัด
(4) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบแจ้งเตือนภัย (Rapid Alert System)
(5) การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
(6) การกำหนดให้มีมาตรการคุ้มครองและเยียวยาผู้บริโภคที่บังคับได้
(7) การจัดให้มีหน่วยงานกลางเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(8) การเสริมสร้างองค์ความรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้บริโภคให้รู้เท่าทัน (Smart Consumer)