“นายกฯ” เผย ครม.เห็นชอบ ยกเลิก เอ็มโอยู 44 หลังผ่านมา 25 ปี ไม่มีความก้าวหน้า เตรียมส่งหนังสือ แจ้งอีกฝ่าย  ยึดหลัก ThailandFirst ไม่มีอะไรที่ไทยต้องสูญเสีย


เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 5 พ.ค.2569 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบยกเลิกเอ็มโอยู 44 โดยการยกเลิกเอ็มโอยู 44 ไม่เกี่ยวกับเรื่องของความขัดแย้งใดๆ ที่มีกับประเทศกัมพูชา แต่เป็นเรื่องของแนวนโยบายของตนเอง อะไรก็ตาม ที่เลยมาแล้วซึ่งในกรณีนี้ 25 ปีแล้ว ยังไม่มีข้อสรุปไม่มีความก้าวหน้า มีตัวอ้างอิงอื่นๆที่เกิดขึ้นมาทั้ง UNCLOS จะเอาตรงนี้มาเป็นตัวอ้างอิงอย่างหนึ่งด้วย เพื่อที่จะได้มีแนวทางอ้างอิงร่วมกันทั้งสองประเทศ เพราะทั้งสองประเทศเป็นภาคี


ส่วนกรณีที่สมเด็จฮุนเซน ออกมาระบุว่าถ้ามีการยกเลิกเอ็มโอยู 44 จะทำให้ปัญหาข้อพิพาทมากขึ้นกว่าเดิม นายกรัฐมนตรีบอกว่า ต้องไปสัมภาษณ์ ฮุนเซน


เมื่อถามว่าจะกระทบกับการเจรจาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการเจรจา ถือว่าเป็นบริบทใหม่อย่าเอาไปผูกติดกับตัวเดิม สำหรับประเทศไทย เอ็มโอยู 44 ไม่มีแล้ว


ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้จะทำอย่างไร นายกรัฐมนตรี ตอบว่า เอ็มโอยู 44 เป็นสิ่งที่ตั้งขึ้นมา เพื่อที่จะดูว่าแบ่งผลประโยชน์ที่มาจากทรัพยากรใต้ทะเลอย่างไรเป็นหลัก ดังนั้น ถ้าจะคุยกันใหม่ก็ต้องมีการหารือกันใหม่ ตั้งชุดอาจจะเป็นเอ็มโอยู 70 ไม่ใช่ 44 ก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันไป  ทั้งนี้ ขั้นตอนตามกฎหมายวันนี้ถือว่ายังไม่มีผลต้องแจ้งให้คู่เอ็มโอยูของเราให้รับทราบ ซึ่งจะมีการออกหนังสือไป


ส่วนในการประชุมสุดยอดอาเซียนจะได้มีโอกาสเจอกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะได้มีการพูดคุยในเรื่องของเอ็มโอยูหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถึงอย่างไรก็ต้องได้เจอกันในวงประชุม ไม่มีปัญหา ซึ่งการพบปะหารือ อะไรก็ตามสิ่งที่ตนให้ความมั่นใจกับประชาชนคนไทยได้คือ ThailandFirst จะไม่มีอะไรที่ประเทศไทยจะต้องสูญเสีย

...


ส่วนสถานการณ์ชายแดนจะตึงเครียด และจะต้องเตรียมรับมืออะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกวันนี้ เรามีการเฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดน ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ฝ่ายความมั่นคงทหารรักษาชายแดนอย่างเต็มที่ ไม่มีสิ่งไหนที่น่ากังวล ตนสอบถามกองทัพแทบทุกสัปดาห์ สถานการณ์หากว่าไปแล้วดีขึ้นด้วยซ้ำ