สว.เลื่อนญัตติค้าน “แลนด์บริดจ์” ยกเหตุให้เพื่อนมีเวลาศึกษาข้อมูลมากขึ้น ชี้ตั้ง “เอกนิติ”ศึกษาความคุ้มค่า คลายความกังวลไม่ได้ แนะทำประชามติถามคนทั้งประเทศ และคนในพื้นที่ชี้ขาดเดินหน้าโครงการ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.ในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงการยื่นญัตติต่อที่ประชุมวุฒิสภา ขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ว่า ญัตติดังกล่าวถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระแล้ว สว.หลายคนสนใจอภิปรายจำนวนมาก และมีหลายคณะกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้ ทำให้สว.ขอให้ขยับญัตติเป็นสัปดาห์หน้า เพื่อให้มีเวลาศึกษาข้อมูลครบถ้วนในการอภิปราย ไม่อภิปรายโดยไม่มีฐานข้อมูล จึงตัดสินใจขอเลื่อนญัตติเป็นสัปดาห์หน้า ให้สมาชิกเตรียมตัวอภิปราย ขณะเดียวกันยื่นกระทู้ถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เรื่องแลนด์บริดจ์ ได้บรรจุเข้าระเบียบวาระแล้ว แต่ไม่แน่ใจจะได้ถามวันใด ฝากนายพิพัฒน์ที่มั่นใจโครงการเป็นประโยชน์ มาตอบกระทู้ในสภา เพื่อตอบคำถามอย่างมั่นใจ ส่วนที่นายกรัฐมนตรีตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์นั้น คงไม่สามารถคลายข้อกังวลได้ โดยพฤตินัยโครงการแลนด์บริดจ์มีผลกระทบเยอะมาก แต่ไม่อยู่ในนโยบายหาเสียงพรรค และคำแถลงนโยบายรัฐบาล น่าแปลกนโยบายใหญ่ไม่อยู่ในคำแถลงนโยบายรัฐบาล แต่เป็นวาระแรกที่รัฐบาลยืนยันผลักดันเต็มที่ ทำไมรีบเร่งขนาดนี้ จะเร่งแก้เศรษฐกิจ หรือเร่งปิดดีลหรือเปล่า
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ส่วนที่รัฐบาลจะเร่งนำกฎหมายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้(SEC)มาใช้ ให้จับตาดูใกล้ชิด ที่ผ่านมามีบทเรียนจากกฎหมายโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)มาแล้ว ที่ตั้งคณะกรรมการ มีอำนาจเร่งรัดกฎหมายต่างๆเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ภาคตะวันออกแทบกลายเป็นแหล่งทัวร์ศูนย์เหรียญ เพราะกฎหมายต่างๆสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก กฎหมายSEC แทบจะคัดลอกจากEEC ทั้งฉบับ หากไม่อยากให้ภาคใต้ที่มีทรัพยากรสมบูรณ์ได้รับผลกระทบ ต้องส่งเสียงดังๆให้รัฐบาลชะลอโครงการ
...
ขณะที่เหตุผลจากผลกระทบสงครามก็เบาเกินไป ไม่มีคำอธิบายแลนด์บริดจ์ จะตอบโจทย์ประเทศอย่างไร การมีแลนด์บริดจ์ตอบโจทย์ใครหรือไม่ จุดใดที่เป็นจุดยุทธศาสตร์การกระจายสินค้า เมื่อเกิดสงครามจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นปัญหา ถ้าตั้งใจให้แลนด์บริดจ์เป็นจุดยุทธศาสตร์ จะมีกลไกสมดุลอำนาจเชิงภูมิรัฐศาสตร์อย่างไร ไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาล ส่วนที่นายพิพัฒน์จะลงพื้นที่ อยากให้ไปรับฟังความเห็นประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่แค่ไปอธิบายโครงการมีประโยชน์อย่างไร แทนที่จะลงไปฟังเสียงผู้รับผลกระทบ แต่ไปอธิบายโครงการเป็นผลดีอย่างไร เหมือนสร้างความชอบธรรมลงพื้นที่รับฟังแล้ว การเดินหน้าผลักดันโครงการควรเป็นประชาชน ถ้าจะดำเนินการโครงการควรทำประชามติ 2 ระดับคือ ประชามติทั้งประเทศ และคนในพื้นที่ให้ความเห็นชอบ