“สุริยะ” ย้ำ ย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง ไม่เกี่ยวกับหลาน ลั่นดำเนินการขั้นตอนถูกต้อง อยากให้จบเรื่องนี้เพื่อเดินหน้าทำงาน เล็งหาช่องเปิดแอ็กซ์โปโปรโมตผลไม้ไทย สั่งการกรมชลฯ รับมือผลกระทบเอลนีโญ
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณีการโยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่ถูกโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ ขณะนี้จบแล้วหรือยัง ว่า ตนได้สัมภาษณ์เรื่องนี้ไปหลายครั้ง ขอยืนยันอีกครั้งว่าการโยกย้ายดังกล่าวปรึกษาปลัดกระทรวง และดำเนินการขั้นตอนทุกอย่างถูกต้อง อยากให้จบเรื่องนี้เพื่อเดินหน้าทำงานต่อในภารกิจหลักของกระทรวง
ทางด้านคำถามว่าขณะนี้ใบลาออกของ นายราเชน ส่งถึงรัฐมนตรีแล้วหรือยัง นายสุริยะ ตอบว่า ตนยังไม่เห็น แต่จะส่งไปที่ปลัดกระทรวงหรือไม่ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่าประเด็นดังกล่าวรัฐมนตรีอยากให้จบ แต่สังคมอาจจะยังไม่อยากจบ เพราะมีการอ้างว่าขอรายละเอียดงบประมาณเพื่อธุรกิจส่วนตัว นายสุริยะ ระบุ ขอชี้แจงซ้ำว่าเรื่องนี้ มีประเด็นไปพัวพันกับหลานของตนที่เป็นผู้บริหารสายการบินหนึ่ง ซึ่งหลานของตนติดต่อนายราเชน ไปตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ตอนนั้นตนยังไม่ได้เป็น รมว.เกษตรฯ พอมารับตำแหน่งหลานของตนพยายามโทรศัพท์หานายราเชนโดยตรง
ทั้นี้ ตนไม่ทราบเรื่องจนมีการโยกย้าย การที่หลานตนติดต่อโดยตรง ตนไม่ได้ไปใช้อำนาจอะไรเลย และหลานไม่เคยมาปรึกษาอะไร การโยกย้ายจึงไม่เกี่ยวกับประเด็นหลานของตน ประเด็นนี้มันชัดเจนว่าการโยกย้ายไม่เกี่ยวกับหลานตน เพียงแต่ต้องการผลักดันให้กระทรวงเกษตรตอบสนองเกษตรกรผลักดันภารกิจของกระทรวง
...
ส่วนกรณี นายราเชน อ้างว่ามีคนเรียกดูงบประมาณปี 2570 นายสุริยะ กล่าวว่า ถ้าไม่มีการโยกย้ายคงไม่มีประเด็นนี้ขึ้นมา ตอนนี้ก็พยายามเอาเรื่องอื่นขึ้นมาพูด แต่ยืนยันเรื่องนี้สามารถชี้แจงได้ เพราะช่วงนั้นตนได้รับตำแหน่งเนื่องจากมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ก็ได้รับคำแนะนำจากสำนักงบประมาณให้ไปดูงบประมาณของกระทรวงที่จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีว่าจะมีอะไร ปรับเปลี่ยนหรือไม่ เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไร อย่างไรก็ตาม หากสังคมสงสัยหรือมีข้อกังขา จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็สามารถดำเนินการได้ ไม่มีปัญหา ตนยินดี
นอกจากนี้ นายสุริยะ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรฯ ในช่วงที่เข้ารับตำแหน่ง ว่า ตนจะเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร ในเรื่องของทุเรียนที่ปีนี้มีผลผลิตออกมาเยอะอาจทำให้ราคาตก ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลจาก สส.นครพนม ว่าการจัดช่วงเวลาตรวจสอบทุเรียนบริเวณด่านพรมแดนน้อยไป ทำให้การส่งออกใช้ระยะเวลานาน ตนต้องทำให้มั่นใจว่ากระบวนการตรวจสอบทุเรียนต้องไม่มีสารปนเปื้อน เพื่อให้การส่งออกไปจีนแล้วจะได้ไม่มีปัญหา จึงต้องขยายเวลาตรวจคุณภาพทุเรียนบริเวณด่านพรมแดน
ทั้งนี้ ทุเรียนถือเป็นผลไม้อันดับหนึ่งสำหรับการส่งออก แต่เราก็ยังมีผลไม้อื่นๆ ที่สำคัญ โดยในวันที่ 6 พฤษภาคม ตนจะหารือกับผู้เชี่ยวชาญการจัดนิทรรศการผลไม้ระดับโลกจากเยอรมัน เกี่ยวกับการจัดงานเอ็กซ์โปผลไม้ในประเทศไทยได้อย่างไร เพื่อหาวิธีการโปรโมตผลไม้ไทย รวมถึงปัญหาเอลนีโญ จากที่ได้ตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนไม่มีปัญหา มีเพียงพอ แต่พื้นที่นอกเขตชลประทานถือว่ามีปัญหาพอสมควร จึงสั่งการให้กรมชลประทานเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักรต่างๆ รับมือปัญหาดังกล่าวให้ได้.