“ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์” สส.พรรคประชาชน ไล่ไทม์ไลน์สื่อสารให้ กทม. ทราบปัญหา “โรงขยะอ่อนนุช” ไม่น้อยกว่า 25 ครั้ง หารือต่อหน้า “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” 6 ครั้ง ลั่นควรทำนานแล้ว ไม่ใช่เร่งทำช่วงนี้
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ถึงกรณีโรงขยะอ่อนนุช ว่า เฉพาะหลังเป็น สส. และนับเฉพาะช่องทางอย่างเป็นทางการที่ กทม. รับทราบเรื่อง 100% ไม่รวมโพสต์ ไม่รวมช่องทางที่ตนเองประสานกับหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่ กทม. ไม่รวมการทำงานก่อนเป็น สส. นับได้ไม่น้อยกว่า 25 ครั้ง ที่เราติดตามเรื่องกลิ่นเหม็นจากโรงขยะอ่อนนุช ในจำนวน 25 ครั้ง มี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) นั่งฟังอยู่สดๆ เฉพาะในส่วนของตน 4 ครั้ง โดย น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย หรือ เนอส สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตบางซื่อ พรรคประชาชน อีก 2 ครั้ง รวมผู้ว่าฯ ชัชชาติ นั่งอยู่ด้วยไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง มีทั้งปี 2566-2569
ที่เหลือคือการตั้งกระทู้กับรัฐมนตรี และการทำงานร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่อยู่ในสายงานนี้ ส่วนใหญ่เป็นสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เอกสารส่วนใหญ่ก็ส่งถึงผู้ว่าฯ กทม. และผู้ว่าฯ มอบหมายสำนักต่อ นั่นหมายความว่ามีการรับทราบทั้งสิ้น นี่ยังไม่รวมการประชุมบางครั้งที่ตนไม่ได้โพสต์ลงในเพจ ซึ่งก็ลืมไปบ้างเหมือนกัน จึงขอใช้พื้นที่ไล่เรียงไทม์ไลน์ ดังนี้
ปี 2566
6 มิถุนายน 2566 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ สส.กทม. พบผู้ว่าฯ ชัชชาติ มีการนำเสนอเรื่องนี้ให้ กทม. เดินหน้าต่อจากที่ผมผลักดันไป ณ กทม. เสาชิงช้า
...
28 กันยายน 2566 ตั้งกระทู้ถามในสภาฯ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแล กทม. มาตอบ
11 ตุลาคม 2566 นำเรื่องเข้าปรึกษาหารือในสภาฯ ให้สภาฯ ส่งหนังสือถึง กทม. (ติดตามการดำเนินการตามที่รัฐมนตรีตอบ)
20 พฤศจิกายน 2566 เข้าพูดคุยกับผู้ว่าฯ ชัชชาติ และนำเสนอเรื่องนี้ด้วย ณ กทม. เสาชิงช้า
4 ธันวาคม 66 ประชุมร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เพื่อหารือเรื่องนี้โดยเฉพาะ ณ สำนักสิ่งแวดล้อม ดินแดง
ปี 2567
เมษายน 2567 สอบถามผู้ว่าฯ ชัชชาติ เกี่ยวกับการดำเนินการกับสัญญาโรงขยะ ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณ ปี 2567
8 สิงหาคม 2567 นำเรื่องเข้าปรึกษาหารือในสภาฯ ให้สภาฯ ส่งหนังสือถึง กทม. (ติดตามครั้งที่ 2)
26 กันยายน 2567 นำเรื่องเข้าปรึกษาหารือในสภาฯ ให้สภาฯ ส่งหนังสือถึง กทม. (ติดตามครั้งที่ 3)
17 ธันวาคม 2567 เข้าพูดคุยกับผู้ว่าฯ ชัชชาติ และนำเสนอเรื่องนี้ ณ กทม. เสาชิงช้า พร้อมกับเสนอเรื่อง BMA Feeder สถานีบ้านทับช้าง และการพัฒนาพื้นที่ใต้สะพานกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่
21 ธันวาคม 2567 ประชุมร่วมกับที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช
ปี 2568
30 มกราคม 2568 นำเรื่องเข้าปรึกษาหารือในสภาฯ ให้สภาฯ ส่งหนังสือถึง กทม. (ติดตามครั้งที่ 4)
4 มีนาคม 2568 ประชุมคณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ของ สก.เนอส หารือในประเด็นนี้กับสำนักสิ่งแวดล้อม กทม.
6 มีนาคม 2568 ตั้งกระทู้ถามในสภาฯ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ในฐานะ รมช.มหาดไทย ที่ดูแล กทม. มาตอบ
23 เมษายน 2568 ประชุมใน กมธ.สิ่งแวดล้อม ของนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หารือในประเด็นนี้กับสำนักสิ่งแวดล้อม กทม.
16 กรกฎาคม 2568 สก.เนอส ตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ที่สภา กทม. ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลุกขึ้นและมอบหมายให้รองผู้ว่าฯ ชี้แจงแทน และในวันเดียวกันนำเรื่องเข้าปรึกษาหารือในสภาฯ ให้สภาฯส่งหนังสือถึง กทม. (ติดตามครั้งที่ 5)
8 สิงหาคม 2568 ไปดูภายในของเกือบทุกโรงที่รับขยะภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช
25 สิงหาคม 2568 กมธ.ติดตามงบประมาณ ลงพื้นที่เขตประเวศ และเชิญสำนักสิ่งแวดล้อมมาหารือเรื่องนี้ด้วย ณ สำนักงานเขตประเวศ
26 กันยายน 2568 ไปดูพื้นที่รับขยะปลายทางของ กทม. ที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมกับ กทม.
2 พฤศจิกายน 2568 สัมมนาวิชาการ “คืนลมหายใจให้อ่อนนุช” โดยเชิญ กทม. มาแลกเปลี่ยนกับประชาชนด้วย
ปี 2569
13 กุมภาพันธ์ 2569 ประชุมร่วมกับศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช
19 กุมภาพันธ์ 2569 ประชุมร่วมกับโรง 800 ตัน ที่กำลังปรับปรุงอยู่
6 มีนาคม 2569 ไปดูโรง 800 ตัน ที่ปรับปรุงใหม่ แต่ยังต้องปิดปรับปรุงต่อเพราะแก้ไม่ได้ตามมาตรฐาน
17 มีนาคม 2569 ไปดูเตาเผาขยะแห่งใหม่ที่กำลังจะเปิด พร้อมกับสำนักงานเขตหลายเขต
9 เมษายน 2569 สก.เนอส ตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ที่สภา กทม. ซึ่งผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลุกขึ้นและมอบหมายให้รองผู้ว่าฯ ชี้แจงแทน
“ผมย้ำนะครับว่าทั้งหมดนี้เป็นเฉพาะช่องทางทางการที่ยืนยันได้ว่า กทม. รับทราบแน่ๆ แต่ยังมีประสานกับหน่วยงานอื่น และการโพสต์กระตุ้นในช่องทางต่างๆ ที่ถ้ารวมแล้วจะมีจำนวนมากกว่านี้มาก ผมไม่ได้ว่าผู้ว่าฯ ชัชชาติไม่ดีนะครับ แต่ผมจำเป็นต้องสื่อสารเรื่องนี้ เพื่อให้ปัญหานี้ได้รับความใส่ใจจาก กทม. บ้าง และควรทำตั้งนานแล้ว ไม่ใช่มาเร่งทำกันแค่ช่วงเวลานี้ เพราะประชาชนเดือดร้อนเขาไม่อยากรอครับ มันกระทบทั้งการใช้ชีวิตและสุขภาพของประชาชน สุดท้าย ผมต้องเน้นย้ำเหตุผลที่ผมนำเสนอเรื่องนี้ ความต้องการสูงสุดคือปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไขให้ได้ ไม่ว่าผู้บริหารชุดต่อไปจะเป็นใคร ปัญหานี้ต้องได้รับความสำคัญให้สมกับที่ประชาชนรอคอยเสียทีครับ”