“พริษฐ์” ชวนจับตาประชุม ครม. พรุ่งนี้ กฎหมายฉบับไหน “ไปต่อ” หรือ ถูก “ปัดตก” | ยก 8 ตัวอย่างปัญหา ที่จะแก้ไขได้ยากขึ้น หากกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่ได้ไปต่อ


วันที่ 4 พ.ค.2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ชวนประชาชนจับตาดูว่าวันพรุ่งนี้ (5 พ.ค.) ที่ประชุม ครม. จะมีมติรับรองให้กฎหมายฉบับใดบ้างที่ค้างจากสภาชุดที่แล้ว ให้ได้ไปต่อ เนื่องจากมีหลายฉบับที่ตนและพรรคประชาชนเคยร่วมกันเสนอเข้าสภาและเห็นว่ามีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาของประชาชน เช่น

1.พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ที่จะแก้ปัญหาเรื่องค่ามือถือที่แพงขึ้น อินเทอร์เน็ตที่ช้าลง และ ค่า GP ที่สูงขึ้น เพราะการแข่งขันที่ผูกขาดหรือถูกกดทับ

2. พ.ร.บ.อากาศสะอาด /พ.ร.บ.PRTR ที่จะแก้ไขปัญหาอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ ฝุ่น PM2.5 และการปล่อยสารมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม

3. พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ที่จะแก้ปัญหาเรื่องกระบวนการขอใบอนุญาตที่ล่าช้า ซ้ำซ้อน และเปิดช่องให้มีการเรียกรับสินบนเพื่อแลกกับความสะดวก

4. พ.ร.บ.ล้มละลาย ที่จะแก้ปัญหาโอกาสที่ขาดไปในการปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกัน โดยไม่ต้องให้ถูกฟ้องล้มละลายก่อน

5. พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่มีสาระสำคัญเรื่อง วันลา-เวลาพักผ่อน-ค่าล่วงเวลาที่ไม่เพียงพอ จากสัญญาจ้างที่คุ้มครองแรงงานต่ำกว่ามาตรฐานสากล

6. พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช. ด้านการศึกษา ที่จะแก้ปัญหาโครงสร้างการบริหารงานบุคคลด้านการศึกษา ที่ลดทอนการมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

7. พ.ร.บ. คืนความเป็นธรรมเรื่องที่ดิน ที่จะแก้ปัญหาเรื่องการดำเนินคดีกับประชาชนทั่วไป ที่ขาดเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่ทำกินและอาศัยอยู่กันมาหลายรุ่น

...

8. พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร ที่จะแก้ปัญหากระบวนการยุติธรรมที่เสี่ยงจะไม่เสมอภาคกันระหว่างทหาร-พลเรือน ในคดีทุจริต-คดีซ้อมทรมาน

จ่อชง ครม.ทบทวน

นายพริษฐ์ กล่าวว่า หากมีร่างใดที่ทางพรรคประชาชนเห็นว่าควรได้ไปต่อ แต่ ครม. ไม่มีมติยืนยันในการประชุม ครม. วันพรุ่งนี้ (5 พ.ค.) ทางตนและพรรคประชาชนจะใช้กลไกการประชุมวิปฝ่ายค้านในการซักถามตัวแทนจากสำนักเลขาธิการ ครม. ถึงเหตุผล เพื่อพิจารณาเสนอให้ ครม. ทบทวนการตัดสินใจ เนื่องจาก ครม. ยังสามารถมีมติได้ในการประชุมครั้งถัดไป (12 พ.ค. 2569) ซึ่งจะยังคงทันกรอบเวลาที่ถูกกำหนดไว้โดยรัฐธรรมนูญ ว่า ครม. จะต้องมีมติภายใน 60 วันหลังการประชุมรัฐสภาครั้งแรก ซึ่งจะครบในวันที่ 14 พ.ค.2569