สว.ติงเหตุผลอ่อน รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ หวั่นลากประเทศไทยเป็นพื้นที่เสี่ยงยุทธศาสตร์ความขัดแย้ง จองกฐิน “พิพัฒน์” แจงกระทู้วุฒิสภา 11 พ.ค. นี้

 

วันที่ 4 พ.ค. 2569 นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. กล่าวถึงการยื่นญัตติขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พ.ค. ว่า เป็นเรื่องที่ สว. หลายคนสนใจ เตรียมไปหาข้อมูลมาอภิปราย สิ่งที่รัฐบาลให้เหตุผลเรื่องความเสี่ยงจากภาวะสงคราม ทำให้ช่องแคบการเดินเรือต่างๆ ถูกปิด หรือจำนวนเรือช่องแคบมะละกามีเพิ่มขึ้นจำเป็นต้องมีเส้นทางสำรองนั้น เป็นเหตุผลที่อ่อนเกินไป ไม่หนักแน่น ในภาวะสงครามทุกช่องแคบการเดินเรือ และเส้นทางที่มีความเชื่อมโยง มีโอกาสถูกปิดทั้งสิ้น อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ถ้าไม่มีการวางสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจให้ดี ประเทศไทยจะไปอยู่บนยุทธศาสตร์ความขัดแย้ง มีโอกาสถูกปิดเส้นทางได้ ถ้าเกิดสงคราม เหตุผลการเร่งผลักดันโครงการคืออะไร ทำไมต้องเร่งรีบผลักดัน ตอนแรกบอกเพื่อขยายตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศ ล่าสุดบอกเป็นความเสี่ยงเรื่องช่องแคบทางทะเล

 

นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ข้อมูลจากรายงานของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งจราจร (สนข.) ในโครงการแลนด์บริดจ์มีความไม่สมบูรณ์ ไม่มีข้อมูลการคำนวณความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจนำมาจากไหน อ้างว่าจะมีเรือมาใช้เส้นทางแลนด์บริดจ์มากมายไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ขัดแย้งกับรายงานของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ระบุว่า โมเดลแลนด์บริดจ์มีรายละเอียดที่เป็นความเสี่ยง ต้องขนของขึ้นลงในการขนส่งหลายครั้ง ทำให้มีต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น ทำให้เรือไม่มาใช้บริการ ช่องโหว่ที่มากมายอาจไม่ใช่แค่จุดเสี่ยง แต่เป็นจุดสลบของโครงการก็ต้องถามว่า ทำไมต้องเร่งผลักดัน เพราะยังมีปัญหาเรื่องความคุ้มค่าการลงทุน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ทราบว่ารัฐบาลกำลังเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ให้เสร็จในปีนี้ เพื่อเร่งรัดโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะหากตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นมาได้ จะช่วยยกเลิกกระบวนการกฎหมายต่างๆ ได้ ทำให้การตรวจสอบต่างๆ อ่อนแอลง

...

 

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ได้ยื่นกระทู้ถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้มาตอบคำถามต่อที่ประชุมวุฒิสภา ถึงการเร่งรีบผลักดันโครงการ ถ้านายพิพัฒน์มั่นใจว่าเป็นโครงการที่ดี คุ้มค่าการลงทุน ขอให้กล้ามั่นใจมาตอบต่อที่ประชุมวุฒิสภาด้วย เพราะสิ่งที่ได้มากับสิ่งที่เสียไปเทียบกันไม่ได้ และหากโครงการไม่ประสบความสำเร็จ คนที่รับภาระคือ ประชาชน และชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องได้รับผลกระทบ