“ธนพร” อ่านโพล ชี้การเมืองไทย “อนุรักษ์นิยม” ยังโดดเด่น “อนุทิน” ขึ้นเป็นแกนหลัก เชื่อคนใต้ไม่ขวาง “แลนด์บริดจ์” เป็นโอกาสรัฐบาลเดินหน้า แต่ต้องให้ข้อมูลครบถ้วน
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยของสวนดุสิตโพล ประจำเดือนเมษายน รวมถึงผลสำรวจของนิด้าโพลในประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมองว่าเป็นสัญญาณสะท้อนทิศทางการเมืองไทยที่น่าสนใจในหลายมิติ แม้ภาพรวมความเชื่อมั่นทางการเมืองจะปรับลดลงจาก 3.89 เหลือ 3.79 คะแนน แต่จุดที่โดดเด่นคือบทบาทของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ยังคงถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในมุมบวกหรือมุมวิพากษ์วิจารณ์ โดยสะท้อนสถานะของการเป็น “แกนหลัก” ของการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมในปัจจุบัน
ดร.ธนพร มองว่า แนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ฐานการเมืองอนุรักษ์นิยมเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น และมีผู้นำที่ได้รับการยอมรับจากกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลต่อความชอบธรรมทางการเมืองในระยะยาว ขณะเดียวกัน ผู้นำทางการเมืองในรัฐบาลรายอื่น เช่น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็มีคะแนนนิยมในระดับสูง สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของพรรคเพื่อไทย และแนวโน้มความเชื่อมั่นของผู้สนับสนุนที่เริ่มกลับมา
ในฝั่งฝ่ายค้าน ดร.ธนพร มองว่า พรรคการเมืองสายก้าวหน้ายังเผชิญความท้าทายในการปรับกลยุทธ์การทำงาน แม้จะมีจำนวน สส. มาก แต่บทบาททางการเมืองยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ส่งผลให้บุคคลอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับได้รับการจับตามองมากกว่าในเชิงบทบาท
เมื่อพิจารณาคะแนนผู้นำทางการเมือง พบว่าบุคคลในกลุ่มแนวคิดอนุรักษ์นิยมมีคะแนนนำ ไม่ว่าจะเป็นนายอนุทิน นายยศชนัน หรือ นายอภิสิทธิ์ สะท้อนให้เห็นว่าในช่วงเวลานี้ “ขั้วอนุรักษ์นิยม” ยังคงเป็นแกนหลักของสมดุลอำนาจทางการเมืองไทย
...
สำหรับประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งนิด้าโพลระบุว่าประชาชนในภาคใต้ ไม่ขวางโครงการ รศ.ดร.ธนพร มองว่าเป็นโอกาสของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายขนาดใหญ่ ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารสาธารณะ เปิดเผยข้อมูลครบถ้วน และสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในประเด็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่าของโครงการ
ดร.ธนพร ยังเห็นว่า ความเห็นที่แตกต่างแม้เกิดขึ้นภายในพรรคการเมืองเดียวกัน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระบอบประชาธิปไตย เพราะสะท้อนถึงการตรวจสอบถ่วงดุลภายใน และยิ่งตอกย้ำความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นอย่างจริงจัง