“ศุภมาส” สั่งการ สคบ.โคราช ลงพื้นที่สอบด่วน กรณีน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน พบ เป็นโรงงานแปรรูปยางรถยนต์ นำมาจดทะเบียนเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่ม เผย นายกฯ กำชับความปลอดภัยประชาชน


วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา แจ้งเตือนประชาชนหลังสุ่มตรวจพบการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella spp. (ซัลโมเนลลา) ในน้ำดื่มที่วางจำหน่ายในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค ตนจึงได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน ตามความห่วงใยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อน้ำดื่ม โดยควรตรวจสอบฉลากสินค้า แหล่งที่มา และมาตรฐานการผลิตอย่างรอบคอบ

นางสาวศุภมาส เผยต่อไปว่า ตนได้สั่งการให้ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายเจ้าหน้าที่ สคบ.เขต 9 จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ผลิตน้ำดื่มดังกล่าว พบว่าเป็นโรงงานแปรรูปยางรถยนต์ ผู้ประกอบการได้นำมาจดทะเบียนเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่ม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานของน้ำดื่มที่อาจเกิดสารปนเปื้อนได้ ทั้งนี้ สคบ. จะประสานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียน และความถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายจะดำเนินการอย่างเคร่งครัด

...

ทางด้าน เลขาธิการ สคบ. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กรณีน้ำดื่มปนเปื้อนเข้าข่ายเป็น “อาหารผิดมาตรฐาน” ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ตามมาตรา 25 (3)  มีโทษตามมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ในส่วนของ สคบ. มีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ดังนั้น หากผู้บริโภครายใดที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับอันตรายต่อสุขภาพจากการดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนดังกล่าวสามารถร้องทุกข์มายัง สคบ. เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยหรือดำเนินการทางกฎหมายแทนผู้บริโภค

นางสาวศุภมาส ระบุในช่วงท้ายว่า “การบริโภคน้ำดื่มที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อคุ้มครองประชาชน หากพบเบาะแสหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งเรื่องหรือขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect และเว็บไซต์ www.ocpb.go.th รวมถึงศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้บ้าน”