“อัครนันท์” รมช.ศธ. - พม. ลงพื้นที่ จ.ลพบุรี บุกชี้ชะตาอดีตครูโรงเรียนเอกชน ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนเมื่อปี 2567 เพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ ขีดเส้น 2 สัปดาห์ โรงเรียนต้องเยียวยาเหยื่อให้เป็นธรรม
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ลพบุรี เขต 4 พรรคเพื่อไทย นางสาวกาญจนาพร จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ และนายปารมี ไวจงเจริญ คณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี ติดตามมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมชี้แจงความคืบหน้ากรณีอดีตครูโรงเรียนเอกชนล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนเมื่อช่วงปี 2567 โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มีญาติของผู้เสียหายเข้าร่วมพูดคุยและรับฟังการดำเนินงานด้วย
นายอัครนันท์ กล่าวว่า คดีนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ติดตามอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันผู้กระทำผิดได้รับโทษจำคุกประมาณ 36 ปี และรับโทษอยู่ในเรือนจำแล้ว ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลเยียวยาจิตใจผู้เสียหาย โดยเน้นย้ำว่าโรงเรียนต้องเป็นหลักในการยืนหยัดเคียงข้างนักเรียน พร้อมกำหนด 3 มาตรการ เร่งรัดการให้ความช่วยเหลือและป้องกันการก่อเหตุซ้ำ ได้แก่
1. เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพตลอดชีวิต โดยมอบหมายให้ประสานงานเรื่องนี้กับคุรุสภา เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นครูได้อีกตลอดชีวิต
...
2. กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ออกหนังสือเตือนโรงเรียนต้นสังกัดให้มีมาตรการดูแลเยียวยาเด็กผู้เสียหายอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งพิจารณายกระดับมาตรการขั้นเด็ดขาดตามระเบียบ เช่น การพักใบอนุญาต, การปิดสถานศึกษา เป็นต้น
3. หาข้อสรุปมาตรการเยียวยาครอบครัว ภายใน 2 สัปดาห์ ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมและความเป็นมนุษย์
ทางด้าน นายชนินทร์ กล่าวเสริมว่า ทาง พม. ได้จัดส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์และทีมนักจิตวิทยาลงพื้นที่เข้าประกบดูแลสภาพจิตใจของน้องผู้เสียหายและครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพื่อฟื้นฟูเยียวยาบาดแผลทางจิตใจให้กลับมาเข้มแข็งโดยเร็ว นอกจากนี้ พม. ยืนยันความพร้อมในการบูรณาการการทำงานร่วมกับ ศธ. และทีมสหวิชาชีพ เพื่อยกระดับมาตรการคุ้มครองเด็ก สร้างกลไกเฝ้าระวังความปลอดภัยในสถานศึกษาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจเช่นนี้ซ้ำรอย
“ระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวผู้เสียหายต้องเผชิญกับความเจ็บปวดมามากพอแล้ว เราจึงต้องร่วมกันดูแลและให้ความยุติธรรมกับครอบครัว ผมขอให้ทางโรงเรียนนำเรื่องนี้ไปหารือ และขอให้ได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์ แล้วผมจะลงพื้นที่มาติดตามความคืบหน้าด้วยตัวเองอีกครั้ง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ศธ. พร้อมเป็นที่พึ่งให้ผู้เสียหาย และจะกำชับให้ทุกโรงเรียนมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดเพื่อดูแลนักเรียนทุกคนอย่างดีที่สุด”