“อนุทิน” เตรียมชงที่ประชุม ครม.วันที่ 5 พ.ค. นี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง และเช็กความพร้อมโครงการคนละครึ่งแบบใหม่ ใช้ชื่อว่า “ไทยช่วยไทย  ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มกำลังซื้อ” แจกประชาชนคนละ 4,000 บาท  เป็นเวลา 4 เดือน จำนวน 13 ล้านคน



วันที่ 1 พ.ค. 2569  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ  ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นางจินดารัตน์  วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และนางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 เม.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล


นายภราดร เปิดเผยก่อนการเข้าประชุมว่า นายกรัฐมนตรีได้เรียกทีมเศรษฐกิจเข้าหารือเรื่องโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งรัฐบาลกำลังเตรียมความพร้อม และอยากให้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็ว โดยขณะนี้การเตรียมความพร้อมของหน่วยงานต้องดูจากกระทรวงการคลังเป็นหลัก เพราะเป็นฝ่ายออกนโยบายและแนวทาง แต่ก็ต้องดูจากกระทรวงอื่นด้วย ว่าจะมีการเยียวยาในส่วนอื่นอย่างไร เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 


ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติได้ประกาศว่าโครงการไทยช่วยไทย หรือ คนละครึ่งพลัส จะเริ่มได้วันที่ 1 มิ.ย.นี้ ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยจะครอบคลุมหลายโครงการ มีกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 30 ล้านคน แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านคน อีกส่วนคือประชาชนทั่วไป ตอนนี้กำลังดูตัวเลขว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นเท่าไหร่ แต่ 2 ส่วนรวมกันก็จะเกิน 30 ล้านคน ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) นัดแรกจะมีเมื่อใด  นายภราดร กล่าวว่า วันนี้จะขอความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี ว่าจะมีการเรียกประชุมในวันจันทร์ที่ 4 พ.ค.หรือไม่ เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ

...


ต่อมาเวลา 13.30 น. ภายหลังนายกฯประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ต่างปฏิเสธแสดงความเห็นถึงรายละเอียดการประชุม โดยพูดตรงกันว่า ให้สอบถามจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เอาเอง


ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังเพิ่มเติมว่า  ในวันที่ 5 พ.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน พ.ศ...วงเงิน 400,000 ล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นแหล่งเงินในการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง 


ทั้งนี้ การออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงิน 400,000 ล้านบาทนั้น รัฐบาลกำหนดวงเงินดังกล่าวจากความต้องการใช้งบประมาณเพิ่มจากงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วนที่เหลืออยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท กับความต้องการใช้งบประมาณในโครงการไทยช่วยไทยพลัส อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีแผนจะใช้เงินกู้ตามความจำเป็นสอดคล้องกับโครงการที่ได้มีการวางแผนไว้อย่างคุ้มค่า ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะใช้วงเงินกู้ทั้งหมด 400,000 ล้านบาท 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงงบประมาณที่จะมาใช้ในมาตรการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงวิกฤตพลังงาน หรือ โครงการคนละครึ่งเดิม คาดว่าจะใช้เงินงบประมาณ 120,000 ล้านบาท  โดยจะมีประชาชนที่ได้รับสิทธิการช่วยเหลือราว 30 ล้านคน โดยวงเงินดังกล่าวยังไม่รวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่นายเอกนิติ เคยเปิดเผยว่าจะให้คนละ 1,000 บาทต่อเดือน  เป็นเวลา 4 เดือน รวมเป็นคนละ 4,000 บาท ประมาณ 13 ล้านคน หรือประมาณ 52,000 ล้านบาท


ทั้งนี้ เพจพรรคภูมิใจไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลมาตรการใช้ชื่อโครงการว่า “ไทยช่วยไทย  ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มกำลังซื้อ”  ให้ประชาชนคนละ 4,000 บาท  แบ่งจ่ายเป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.2569)) เดือนละ 1,000 บาท  รวม 4 เดือน ได้รับสิทธิ์ 4,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขรัฐออกให้ 60% ประชาชนจ่าย 40%  ยกตัวอย่าง  ใช้จ่าย 100 บาท รัฐจ่ายให้ 60 บาท ประชาชนจ่าย  40% ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนเดือนพ.ค.2569  เริ่มใช้เดือนมิ.ย.2569 เป็นต้นไป ส่วนเงื่อนไขการใช้สิทธินั้นใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง  ใช้จ่ายได้ที่ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ  ไม่สามารถโอนสิทธิให้ผู้อื่นได้  ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้  และต้องใช้จ่ายภายในเดือนที่ได้รับสิทธิ