“สุริยะ” ซัดข่าวบิดเบือนกล่าวหาหลานชายวิ่งเต้นของาน ย้ำย้ายอธิบดีเพื่อประสิทธิภาพ พร้อมขู่ฟ้องหากยังใส่ร้ายไม่หยุด ย้ำหากผู้ใดเห็นว่าการโยกย้ายไม่เป็นธรรม สามารถใช้สิทธิ์ดำเนินคดีได้
วันที่ 30 เมษายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงชี้แจงกรณีการโยกย้ายอธิบดี พร้อมโต้กระแสข่าวที่พาดพิงว่าหลานของตนพยายามวิ่งเต้นของานหรือเรียกรับผลประโยชน์ โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขัดกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง
นายสุริยะ ระบุว่า จากข้อมูลที่ปรากฏ หลานของตนยังไม่เคยได้เข้าพบอธิบดีเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นการกล่าวอ้างว่าจะมีการไป “ของาน” หรือเกี่ยวข้องกับตัวเลขเงินจำนวนมากตามที่มีการรายงานข่าว จึงเป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง “ในเมื่อยังไม่ได้พบกัน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะไปขออะไร” นายสุริยะ กล่าวพร้อมขอให้สื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่า ตนยึดหลักความโปร่งใสในการทำงาน
ยอมรับหลานพยายามติดต่อจริง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ภายหลังเกิดกระแสข่าว ตนได้สอบถามหลาน ซึ่งยอมรับว่ามีการพยายามติดต่อจริง ทั้งในช่วงปี 2568 และช่วงหลัง แต่ไม่เคยได้เข้าพบ เนื่องจากอีกฝ่ายไม่อนุญาตให้เข้าพบ โดยในบางครั้งถึงขั้นยกเลิกนัดเพราะกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือ
ยันไม่เกี่ยวงานกระทรวง
นายสุริยะ ย้ำว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการส่วนตัวของหลาน และไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนหรือการทำงานในกระทรวงแต่อย่างใด “แต่ละคนก็มีธุรกิจของตัวเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แม้จะเป็นครอบครัวเดียวกัน” ส่วนประเด็นการโยกย้ายอธิบดี นายสุริยะยืนยันอีกครั้งว่า เป็นการตัดสินใจเชิงบริหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ภาคเกษตรกำลังเผชิญปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ จำเป็นต้องมีผู้บริหารที่มีพลังและความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบาย
...
ย้ำ 30 ปีไม่เคยถูกกล่าวหา
ส่วนข้อวิจารณ์ว่าเป็นการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการที่ใกล้เกษียณนั้น นายสุริยะระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีในเส้นทางการเมือง ไม่เคยมีกรณีถูกกล่าวหาว่าโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง หรือความขัดแย้งส่วนตัวใด ๆ
จ่อฟ้องร้อง หากกล่าวหาไม่หยุด
นอกจากนี้ ยังปฏิเสธกระแสข่าวที่เชื่อมโยงกับการเมืองท้องถิ่น หรือกรณีบุคคลในครอบครัวลงสมัครเลือกตั้ง โดยระบุว่าไม่ทราบรายละเอียด และไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจโยกย้าย สำหรับกรณีมีการเผยแพร่เอกสารหรือข้อมูลที่ระบุว่าไม่สามารถสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้นั้น นายสุริยะมองว่า หากเป็นข้อมูลเท็จ ถือว่าทำให้ตนเสียหาย และเตรียมดำเนินการทางกฎหมาย “ถ้ายังมีการกล่าวหาโดยไม่เป็นความจริง ผมก็จำเป็นต้องฟ้องร้อง หากผู้ใดเห็นว่าการโยกย้ายไม่เป็นธรรม ก็สามารถใช้สิทธิ์ดำเนินคดีได้เช่นกัน”
นายสุริยะ ยืนยันด้วยว่า การบริหารงานของตนยึดหลักมืออาชีพ และเชื่อว่าข้าราชการทุกคนพร้อมทำงานตามนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยไม่เกี่ยวข้องกับสังกัดทางการเมือง