รัฐบาลเดินหน้าปราบสินค้าผิดกฎหมาย 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง อย่างเข้มข้น เผยช่วง ก.พ. - มี.ค. 69 จับกุมคดีรวม 622 คดี ค่าปรับรวม 245.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
วันที่ 30 เมษายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายและละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุน รัฐบาล โดยกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ได้ติดตามผลการดำเนินงานการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบาย “ปราบปรามเชิงรุก ยุติวงจรผิดกฎหมาย”
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า จากผลการดำเนินงานอย่างเข้มข้นของสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ สงขลา ตรัง นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา และสตูล ซึ่งเป็นพื้นที่หน้าด่านเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์–มีนาคม 2569 สามารถจับกุมคดีได้รวม 622 คดี คิดเป็นร้อยละ 8.83 ของคดีทั่วประเทศ โดยมีค่าปรับและประมาณการค่าปรับรวม 245.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 119
ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามประเภทสินค้า พบว่า “ยาสูบ” ยังคงเป็นสินค้าที่มีการกระทำผิดมากที่สุด จำนวน 317 คดี ค่าปรับ 5.84 ล้านบาท คิดเป็นภาษีที่รัฐสูญเสีย 12.54 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับ 232.11 ล้านบาท โดยสามารถตรวจยึดยาสูบของกลางได้รวม 200,106 ซอง แบ่งเป็นยาสูบในประเทศ 22,030 ซอง และยาสูบต่างประเทศ 178,076 ซอง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 50,000 ซอง หรือร้อยละ 34 จากการสกัดกั้นและตัดเส้นทางการกระจายสินค้าผิดกฎหมายในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง รองลงมาเป็นคดีสุรา จำนวน 153 คดี ค่าปรับ 1.57 ล้านบาท โดยตรวจยึดสุราในประเทศ 1,482 ลิตร และสุราต่างประเทศ 101 ลิตร ขณะที่คดีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันมีจำนวน 125 คดี ค่าปรับ 5.56 ล้านบาท ของกลาง 67,402 ลิตร ส่วนคดีเครื่องดื่มมี 16 คดี ค่าปรับ 0.14 ล้านบาท ของกลาง 4,436 ลิตร คดีไพ่ 10 คดี ค่าปรับ 65,750 บาท ของกลาง 285 สำรับ และคดีผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นเครื่องดื่ม 1 คดี ค่าปรับ 7,125 บาท ของกลาง 44 กิโลกรัม
...
“การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย “ปราบปรามเชิงรุก ยุติวงจรผิดกฎหมาย” รัฐบาลพร้อมเดินหน้าปราบปรามอย่างเข้มข้น และต่อเนื่อง เพื่อยับยั้งตัดวงจรสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง พร้อมทั้งบริหารจัดการของกลางให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อปกป้องเศรษฐกิจ สังคม และรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และเพื่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม”